Antivirus ทำให้ VPN เชื่อมต่อไม่ได้หรือไม่
โปรแกรม Antivirus และ Internet Security บางตัวขวางไม่ให้ VPN เชื่อมต่อได้ บทความนี้บอกวิธีพิสูจน์ว่าเป็นสาเหตุจริงหรือไม่ และตั้งค่าส่วนไหนให้ใช้ด้วยกันได้
อ่าน 10 นาทีอัปเดตเมื่อ 15 ต.ค. 2569โดย XPASS Editorial Team

ติดตั้งแอป VPN แล้ว ใส่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านแล้ว กดเชื่อมต่อ แต่หน้าจอหมุนค้าง ขึ้น Error หรือเชื่อมต่อได้แล้วหลุดภายในไม่กี่วินาที ทั้งที่แอปเดียวกันใช้บนมือถือได้ปกติ เมื่อเครื่องเดียวมีปัญหาและอุปกรณ์อื่นไม่มี สิ่งที่ควรสงสัยเป็นอันดับต้น ๆ คือโปรแกรมรักษาความปลอดภัยในเครื่องนั้น เพราะ Antivirus และ Internet Security ถูกออกแบบมาให้ระแวงทุกอย่างที่ไปแตะระบบเครือข่ายระดับลึก ซึ่งตรงกับสิ่งที่ VPN ต้องทำพอดี
บทความนี้ตอบคำถามเดียวคือ Antivirus บล็อก VPN เกิดขึ้นได้อย่างไร จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าเป็นสาเหตุจริง และตั้งค่าส่วนไหนเพื่อให้ใช้ทั้งสองอย่างได้โดยไม่ต้องทิ้งการป้องกัน หากอยากเข้าใจภาพกว้างว่าเครื่องมือแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร อ่านเพิ่มที่ VPN กับ Antivirus และไฟร์วอลล์ ต่างกันอย่างไร และหากอาการของคุณกว้างกว่านี้ ลองดูคู่มือ VPN เชื่อมต่อไม่ได้ ซึ่งครอบคลุมสาเหตุอื่นด้วย
ทำไม Antivirus กับ VPN จึงชนกัน
แอป VPN ไม่ใช่โปรแกรมทั่วไป เพื่อให้ทำงานได้ มักต้องติดตั้งไดรเวอร์ขนาดเล็กที่เพิ่มการ์ดเครือข่ายเสมือน ปรับตารางเส้นทาง (routing) ให้ข้อมูลไหลผ่านอุโมงค์ และเปิดการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสไปยังเซิร์ฟเวอร์ผ่านพอร์ตที่อาจต่างจากเว็บทั่วไป การกระทำเหล่านี้ล้วนคล้ายสิ่งที่มัลแวร์ทำเช่นกัน โปรแกรมรักษาความปลอดภัยจึงต้องตรวจสอบ
ในโปรแกรมรักษาความปลอดภัยหนึ่งตัวมักมีหลายชั้นที่ตอบสนองได้ ได้แก่
- ไฟร์วอลล์ ควบคุมว่าโปรแกรมไหนส่งและรับข้อมูลได้ แอป VPN ใหม่ถือว่าเป็นโปรแกรมที่ยังไม่รู้จัก จนกว่าจะได้รับอนุญาต
- ตัวกรองการโจมตีเครือข่าย (Intrusion หรือ Network Attack Filter) มองหารูปแบบแพ็กเก็ตที่ผิดปกติ ทราฟฟิกที่เข้ารหัสและมีขนาดแพ็กเก็ตแปลก ๆ อาจทำให้ตัวกรองนี้ทำงาน
- Web Shield หรือการสแกน HTTPS บางโปรแกรมถอดรหัสแล้วเข้ารหัสใหม่เพื่อสแกนเว็บ เมื่ออยู่หน้า VPN อาจทำให้การจับมือ (handshake) พัง หรือขึ้นคำเตือนใบรับรอง
- ตัวเฝ้าดูพฤติกรรม ทำเครื่องหมายโปรแกรมที่ติดตั้งไดรเวอร์หรือแก้ค่าเครือข่าย
- การป้องกันไดรเวอร์และอะแดปเตอร์ บางตัวไม่ยอมโหลดไดรเวอร์ใหม่จนกว่าคุณจะอนุมัติ
เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า Antivirus ของคุณเสีย หรือ VPN เป็นอันตราย แต่เป็นเครื่องมือสองชิ้นที่หน้าที่ทับซ้อนกัน ต้องแนะนำให้รู้จักกันครั้งเดียว ทางเอกสารของ Microsoft เรื่องการเชื่อมต่อ VPN บน Windows ก็ระบุทำนองเดียวกันว่าไฟร์วอลล์และการตั้งค่าเครือข่ายมีผลต่อการเชื่อมต่อได้

อาการที่ชี้ว่าน่าจะเป็นเพราะ Antivirus
ปัญหาการเชื่อมต่อทุกกรณีไม่ได้มาจาก Antivirus แต่รูปแบบต่อไปนี้เพิ่มความน่าจะเป็น
| อาการที่เห็น | โอกาสที่โปรแกรมเกี่ยวข้อง | เหตุผล |
|---|---|---|
| เริ่มเสียหลังติดตั้งหรืออัปเดตโปรแกรมรักษาความปลอดภัย | สูง | กฎหรือค่าเริ่มต้นเปลี่ยน |
| ใช้บนมือถือและเครื่องอื่นได้ แต่เครื่องนี้ไม่ได้ | สูง | ความต่างอยู่ที่ซอฟต์แวร์ในเครื่อง |
| เชื่อมต่อได้แล้วหลุดภายในไม่กี่วินาที | ปานกลางถึงสูง | ตัวกรองตัดอุโมงค์ |
| Error พูดถึงอะแดปเตอร์ ไดรเวอร์ หรืออุปกรณ์เสมือน | สูง | การป้องกันไดรเวอร์หรือตัวเฝ้าดูพฤติกรรม |
| เปิด VPN แล้วเบราว์เซอร์ขึ้นคำเตือนใบรับรอง | ปานกลางถึงสูง | Web Shield แทรกการเข้ารหัส HTTPS |
| ใช้ไม่ได้ทุกอุปกรณ์ทุกเครือข่าย | ต่ำ | มักเป็นเรื่องบัญชีหรือบริการ |
| ที่บ้านใช้ได้ แต่ที่ออฟฟิศไม่ได้ | ต่ำ | เป็นกฎของเครือข่าย ไม่ใช่โปรแกรมในเครื่อง |
หลักง่าย ๆ คือ ถ้า VPN เริ่มใช้ไม่ได้หลังมีอะไรเปลี่ยนในเครื่อง ให้ดูสิ่งที่เปลี่ยนนั้นก่อน เช่น ติดตั้ง Security ตัวใหม่ เปลี่ยนจากรุ่นทดลองเป็นรุ่นเสียเงิน หรือกดอัปเดตครั้งใหญ่
พิสูจน์สาเหตุภายในสิบนาที
การเดาเสียเวลา ให้ทดสอบเป็นลำดับต่อไปนี้และจดผลแต่ละขั้น
- ตรวจบัญชีและเครือข่ายก่อน ลองใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของ VPN บนอุปกรณ์อื่นหรือเครือข่ายอื่น เช่น ฮอตสปอตมือถือ ถ้าเชื่อมต่อไม่ได้แม้ที่นั่นด้วย แปลว่า Antivirus ไม่ใช่สาเหตุหลัก ใช้ข้อมูลล็อกอิน VPN ที่แสดงในหน้า My Pass ไม่ใช่อีเมลของเว็บไซต์
- รีสตาร์ทเครื่อง ไดรเวอร์บางตัวต้องรีบูตหลังติดตั้งครั้งแรกจึงโหลดได้ ลองเชื่อมต่อใหม่หลังรีสตาร์ท
- ปิดเฉพาะส่วนเครือข่ายของโปรแกรม อย่าปิดทุกอย่าง ให้หาสวิตช์ไฟร์วอลล์ การป้องกันเครือข่าย การป้องกันเว็บ หรือการสแกน HTTPS แล้วปิดทีละอย่างเพียงสองนาที หลายโปรแกรมมีตัวเลือก "หยุดชั่วคราว 10 นาที"
- ลองเชื่อมต่อ ถ้า VPN เชื่อมต่อได้ตอนนี้ ก็ได้คำตอบแล้ว เปิดฟีเจอร์นั้นกลับทันที
- ทำซ้ำกับฟีเจอร์ถัดไป ถ้าสวิตช์แรกไม่ช่วย ให้เปิดกลับและลองสวิตช์ถัดไป เปลี่ยนทีละอย่างจึงรู้ว่าโมดูลไหนเป็นต้นเหตุ
- ดูบันทึกเหตุการณ์ โปรแกรมส่วนใหญ่มีรายการ "เหตุการณ์ล่าสุด" หรือ "สิ่งที่ถูกบล็อก" ให้หารายการที่ตรงกับเวลาที่คุณกดเชื่อมต่อ ถ้าพบชื่อโปรแกรม VPN ไดรเวอร์ หรือพอร์ต นั่นคือหลักฐานชัดเจน
ทำการทดสอบบนเครือข่ายที่ไว้ใจได้ เช่นที่บ้าน ปิดชั่วคราวสั้น ๆ เท่านั้น และไม่ควรท่องเว็บมั่วขณะการป้องกันปิดอยู่
วิธีแก้ห้าขั้น เรียงจากง่ายไปละเอียด
วิธีแก้ที่ 1 อนุญาตแอป VPN ในไฟร์วอลล์ของโปรแกรม
วิธีที่สะอาดที่สุดคือบอกโปรแกรมว่าแอป VPN เชื่อถือได้ ชื่อเมนูต่างกันตามผลิตภัณฑ์ แต่แนวคิดเหมือนกัน
- เปิดโปรแกรมรักษาความปลอดภัย หาเมนู Firewall, Network Protection, Application Control หรือ Allowed Apps
- หาแอป VPN ในรายการ ถ้าไม่มี ให้เพิ่มโดยเลือกไฟล์โปรแกรมที่ติดตั้งไว้
- ตั้งให้ผ่านทั้งขาเข้าและขาออก ทั้งเครือข่ายส่วนตัวและสาธารณะ
- บันทึกแล้วเปิดแอป VPN ใหม่
หลักการเดียวกันใช้กับไฟร์วอลล์ของ Windows เอง ถ้าชั้น Windows ก็ถามอยู่ด้วย ดูคู่มือไฟร์วอลล์ Windows กับ VPN ว่าต้องตรวจอะไรบ้าง
ตอนติดตั้งแอปจากแหล่งทางการ ครั้งแรกมักมีหน้าต่างถามจากระบบหรือโปรแกรมรักษาความปลอดภัย ให้เลือกอนุญาต การกดบล็อกโดยไม่ตั้งใจ หรือปล่อยหน้าต่างค้างจนหมดเวลา เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งของ VPN ที่ใช้ไม่ได้ตั้งแต่ติดตั้งใหม่
วิธีแก้ที่ 2 เพิ่มข้อยกเว้นให้โปรแกรม VPN
ถ้ากฎอนุญาตยังไม่พอ หลายโปรแกรมมีรายการข้อยกเว้น (Exclusions หรือ Exceptions) ที่บอกตัวสแกนแบบเรียลไทม์และตัวเฝ้าดูพฤติกรรมให้ข้ามโปรแกรมหนึ่ง ๆ
- เพิ่มโฟลเดอร์ที่ติดตั้งหรือไฟล์ปฏิบัติการหลักของโปรแกรม VPN
- ถ้าโปรแกรมสแกนไดรเวอร์เครือข่าย ให้อนุญาตอะแดปเตอร์เสมือนของ VPN เมื่อมีคำถามขึ้นมา
- อย่าเพิ่มทั้งไดรฟ์หรือโฟลเดอร์ระบบ ข้อยกเว้นแคบ ๆ ปลอดภัยกว่าข้อยกเว้นกว้าง
ยกเว้นเฉพาะไฟล์ที่คุณติดตั้งจากแหล่งทางการเท่านั้น อย่าเพิ่มข้อยกเว้นเพราะป๊อปอัปหรือคนแปลกหน้าบอกให้ทำ หากไม่แน่ใจว่าไฟล์ในเครื่องมาจากไหน ให้ถอนแล้วดาวน์โหลดใหม่จากลิงก์ทางการในหน้าดาวน์โหลด
วิธีแก้ที่ 3 ปิดการสแกน HTTPS เฉพาะส่วนที่ชนกับ VPN
การสแกน HTTPS หรือ SSL คือฟีเจอร์ที่โปรแกรมรักษาความปลอดภัยเข้าไปอยู่กลางการเชื่อมต่อเว็บที่เข้ารหัสเพื่อตรวจเนื้อหา โดยติดตั้งใบรับรองของตัวเองไว้ในเครื่อง VPN เข้ารหัสทราฟฟิกระหว่างอุปกรณ์กับเซิร์ฟเวอร์อยู่แล้ว สองชั้นนี้จึงอาจต่อสู้กัน
สัญญาณว่าการสแกน HTTPS เกี่ยวข้อง ได้แก่ มีคำเตือนใบรับรองเมื่อเปิด VPN เว็บเปิดได้เฉพาะตอนไม่เปิด VPN และ VPN เชื่อมต่อแล้วแต่หน้าเว็บไม่ขึ้น
สิ่งที่ควรทำ
- หาตัวเลือกสแกน HTTPS, SSL หรือการเชื่อมต่อที่เข้ารหัส ในหมวดการป้องกันเว็บ
- ถ้าโปรแกรมมีรายการยกเว้นระดับแอป ให้เพิ่มแอป VPN ไว้ที่นั่น
- ถ้ามีเพียงสวิตช์รวม ให้ลองปิดเพื่อทดสอบ ถ้าแก้ปัญหาได้ ให้ตัดสินใจว่าเครื่องนี้ต้องการการสแกนหรือ VPN มากกว่า เบราว์เซอร์และ HTTPS ก็ปกป้องหน้าธนาคารและร้านค้าอยู่แล้ว คนจำนวนมากจึงปิดฟีเจอร์นี้ไว้
เรื่องความต่างของ HTTPS กับ VPN อ่านต่อที่ HTTPS กับ VPN ต่างกันอย่างไร
วิธีแก้ที่ 4 จัดการหน้าต่างถามเรื่องไดรเวอร์และอะแดปเตอร์
บางโปรแกรมระงับไดรเวอร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หลังติดตั้ง VPN คุณอาจเห็นแจ้งเตือนว่าพบ "อะแดปเตอร์เครือข่ายใหม่" ถ้าคุณปิดหน้าต่างนั้นไปเฉย ๆ อะแดปเตอร์อาจถูกปิดค้างไว้
- เปิดรายการการเชื่อมต่อเครือข่ายของระบบปฏิบัติการ หาอะแดปเตอร์เสมือนของ VPN ถ้าแสดงว่าถูกปิด ให้คลิกขวาแล้วเปิดใช้งาน
- ตรวจแจ้งเตือนและที่กักกัน (Quarantine) ของโปรแกรม ถ้าไฟล์ไดรเวอร์ถูกกักกัน ให้กู้คืน เพิ่มข้อยกเว้น แล้วติดตั้งแอป VPN ใหม่
- ถ้า Windows ขอให้อนุมัติไดรเวอร์ ให้อนุมัติเฉพาะเมื่อคุณเพิ่งเริ่มติดตั้งเองเมื่อครู่
อย่าลืมว่าโน้ตบุ๊กของบริษัทหรือโรงเรียนอาจถูกผู้ดูแลระบบควบคุมไดรเวอร์ไว้ ถ้าเครื่องไม่ใช่ของคุณที่จะจัดการเอง ให้ติดต่อฝ่าย IT แทนการพยายามข้ามระบบ
วิธีแก้ที่ 5 รีเซ็ตหลังอัปเดตและติดตั้งใหม่ให้เป็นระเบียบ
ถ้าสัปดาห์ก่อนยังปกติแต่ตอนนี้ใช้ไม่ได้ การอัปเดตของโปรแกรมรักษาความปลอดภัยน่าจะเปลี่ยนกฎหรือรีเซ็ตรายการยกเว้น ลำดับขั้นตอนต่อไปนี้แก้ได้ในกรณีส่วนใหญ่
- ปิดแอป VPN ให้หมด รวมถึงไอคอนที่ค้างในถาดระบบ
- ถอนการติดตั้งแอป VPN แล้วรีสตาร์ทเครื่อง
- ตรวจว่าโปรแกรมรักษาความปลอดภัยอัปเดตครบและไม่มีการรีสตาร์ทค้างอยู่
- ติดตั้งแอป VPN ใหม่จากแหล่งทางการ
- เมื่อมีหน้าต่างถาม ให้อนุญาตไฟร์วอลล์ ไดรเวอร์ และสิทธิ์เครือข่าย
- เพิ่มข้อยกเว้นอีกครั้งถ้าโปรแกรมมีตัวเลือก
- ล็อกอินแล้วทดสอบบนเครือข่ายที่ไว้ใจได้
ติดตั้งตามลำดับนี้จะเลี่ยงกรณีที่ข้อยกเว้นเก่าชี้ไปยังตำแหน่งไฟล์ที่ไม่ตรงกับโปรแกรมปัจจุบัน
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
นักศึกษากับโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ พิมซื้อโน้ตบุ๊กที่มาพร้อม Internet Security รุ่นทดลอง ติดตั้งแอป VPN สำเร็จแต่ขึ้น "กำลังเชื่อมต่อ" ค้างตลอด ทั้งที่มือถือใช้ Wi-Fi เดียวกันได้ เธอหยุดการป้องกันเครือข่ายของโปรแกรมสองนาที VPN เชื่อมต่อได้ทันที และในรายการสิ่งที่ถูกบล็อกก็เห็นชื่อโปรแกรม VPN เธอเพิ่มเข้ารายการแอปที่อนุญาต เปิดการป้องกันกลับ แล้วปัญหาก็ไม่กลับมาอีก
คนทำงานระยะไกลหลังอัปเดต อรุณใช้ VPN มาหลายเดือน หลังโปรแกรมอัปเดตและเพิ่ม "โล่เครือข่ายขั้นสูง" การเชื่อมต่อหลุดทุกสามสิบวินาที เขาปิดโล่ใหม่แล้วอาการหาย จึงเปิดกลับ เพิ่ม VPN เป็นแอปที่เชื่อถือ และปล่อยโล่ทำงานต่อ บันทึกการเปลี่ยนแปลงของโปรแกรมยืนยันว่าฟีเจอร์ใหม่เปิดเป็นค่าเริ่มต้น
คอมพิวเตอร์ใช้ร่วมกันในครอบครัว เครื่องกลางของบ้านใช้ Antivirus ฟรีที่มีป๊อปอัปบ่อย เด็กคนหนึ่งกด "บล็อก" ตอนที่หน้าต่างถามเรื่อง VPN ขึ้นครั้งแรก จึงไม่มีกฎอนุญาตเกิดขึ้น เมื่อติดตั้งแอปใหม่และตอบ "อนุญาต" ก็ใช้ได้ บทเรียนคือควรตอบหน้าต่างแรกอย่างระวัง และบอกคนในบ้านว่าปุ่มนั้นมีความหมายอย่างไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ถอน Antivirus ทิ้งทั้งตัว ทำให้ขาดการป้องกันและมักไม่จำเป็น ให้อนุญาตแอป VPN แทน
- ปิดทุกอย่างพร้อมกัน ไม่ได้ข้อมูลอะไรและเพิ่มความเสี่ยง ควรเปลี่ยนทีละฟีเจอร์
- ลืมเปิดการป้องกันกลับ ตั้งเตือนไว้ หรือใช้การหยุดชั่วคราวแบบมีเวลา
- เพิ่มข้อยกเว้นให้ไฟล์ที่ไม่รู้จัก ไว้ใจเฉพาะโปรแกรม VPN ที่ติดตั้งจากแหล่งทางการ
- ติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัยสองตัวพร้อมกัน สแกนเนอร์และไฟร์วอลล์สองชุดชนกันเอง และชนกับ VPN ด้วย ควรเหลือตัวเดียว
- ไม่สนใจหน้าต่างถามครั้งแรก หน้าต่างที่หมดเวลาอาจถูกนับเป็นการปฏิเสธ
- โทษบัญชี VPN ก่อนทดสอบ ลองล็อกอินบนอุปกรณ์อื่นก่อน จะได้ไม่ตามผิดทาง
- คิดว่า VPN แทน Antivirus ได้ ไม่ได้ อ่านเพิ่มที่ สิ่งที่ VPN ไม่ได้ปกป้องคุณ
เมื่อไม่ใช่ความผิดของ Antivirus
หากหยุดโปรแกรมทั้งหมดบนเครือข่ายที่ไว้ใจได้แล้ว VPN ยังไม่เชื่อมต่อ ให้มองหาสาเหตุอื่น
- เราเตอร์หรือเครือข่ายที่จำกัดทราฟฟิก VPN เช่น เครือข่ายออฟฟิศหรือโรงแรมบางแห่ง
- แพ็กเกจหมดอายุ หรือกรอกข้อมูลล็อกอินผิด ตรวจที่หน้า My Pass
- มี VPN อีกตัวหรืออะแดปเตอร์ค้างจากโปรแกรมเก่าที่ชนกัน
- ตั้งวันที่และเวลาของเครื่องผิด ทำให้การตรวจใบรับรองล้มเหลว
- ข้อผิดพลาดของระบบปฏิบัติการ ซึ่งบน Windows มักแสดงเป็นรหัสตัวเลข ดูวิธีแก้ Error VPN บน Windows
ลองทำตามขั้นตอนเมื่อ VPN เชื่อมต่อไม่ได้ตามลำดับ หากต้องติดต่อฝ่ายสนับสนุน ให้บอกชื่อและเวอร์ชันของโปรแกรมรักษาความปลอดภัย สิ่งที่คุณหยุดไว้ และสิ่งที่ปรากฏในรายการบล็อก ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประหยัดการถามตอบหลายรอบ
สรุป
VPN ที่ถูก Antivirus บล็อกมักเป็นปัญหาเรื่องสิทธิ์ ไม่ใช่ VPN เสีย โปรแกรมรักษาความปลอดภัยเฝ้าดูไดรเวอร์ อะแดปเตอร์ ไฟร์วอลล์ และทราฟฟิกที่เข้ารหัส ซึ่งแอป VPN แตะครบทั้งสี่อย่าง ให้ยืนยันสาเหตุด้วยการหยุดเฉพาะฟีเจอร์เครือข่ายสั้น ๆ แล้วแก้ด้วยกฎอนุญาตแบบแคบ ข้อยกเว้นเฉพาะโปรแกรม การยกเว้นการสแกน HTTPS หรือติดตั้งใหม่ให้เป็นระเบียบ เปิด Antivirus ไว้ ใช้โปรแกรมรักษาความปลอดภัยเพียงตัวเดียว และอย่าเพิ่มข้อยกเว้นให้ไฟล์ที่ตามรอยไม่ได้ว่ามาจากแหล่งทางการ
หากกำลังเลือกวิธีใช้งาน หน้าดาวน์โหลดรวมลิงก์แอปทางการไว้ และดูตัวเลือกแบบเติมเงินได้ที่หน้าราคาเมื่อพร้อม
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรม Antivirus ทำให้ VPN เชื่อมต่อไม่ได้จริงหรือ
จริง โปรแกรมรักษาความปลอดภัยหลายตัวมีไฟร์วอลล์ ตัวกรองการโจมตีเครือข่าย และตัวสแกนเว็บ ซึ่งตรวจดูทราฟฟิกอยู่ตลอด แอป VPN สร้างการ์ดเครือข่ายเสมือนและส่งข้อมูลเข้ารหัสในแบบที่บางครั้งถูกมองว่าน่าสงสัย จึงอาจถูกบล็อกหรือตัดการเชื่อมต่อ
ต้องถอน Antivirus ออกก่อนใช้ VPN ไหม
ไม่ต้อง การถอนโปรแกรมป้องกันออกแทบไม่จำเป็น ให้เพิ่มแอป VPN ในรายการที่อนุญาตหรือรายการยกเว้นก่อน และหากต้องทดสอบให้หยุดเฉพาะฟีเจอร์เครือข่ายชั่วคราวสั้น ๆ เท่านั้น
รู้ได้อย่างไรว่าเป็นเพราะ Antivirus ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต
ลองใช้ VPN บนเครือข่ายอื่น เช่น ฮอตสปอตจากมือถือ แล้วปิดเฉพาะฟีเจอร์เครือข่ายหรือ Web Shield ของโปรแกรมสองนาที ถ้า VPN เชื่อมต่อได้ในช่วงนั้น แปลว่าโปรแกรมรักษาความปลอดภัยเป็นสาเหตุ
การเพิ่มแอป VPN เป็นข้อยกเว้นปลอดภัยไหม
ปลอดภัยพอสมควรเมื่อแอปมาจากหน้าดาวน์โหลดทางการหรือสโตร์ที่เชื่อถือได้ ข้อยกเว้นคือการบอกโปรแกรมให้ปล่อยโปรแกรมนั้นไป จึงไม่ควรเพิ่มข้อยกเว้นให้ไฟล์ที่ไม่แน่ใจที่มา
ทำไมอัปเดตโปรแกรมแล้ว VPN ถึงใช้ไม่ได้
การอัปเดตบางครั้งรีเซ็ตรายการยกเว้นหรือเปิดระบบสแกนเครือข่ายที่เข้มขึ้นโดยอัตโนมัติ หลังอัปเดตครั้งใหญ่ให้ตรวจรายการแอปที่อนุญาตและสวิตช์ป้องกันเครือข่ายใหม่อีกครั้ง
แหล่งอ้างอิง
เกี่ยวกับผู้เขียน

Bob Kanokphon Thongdee
- ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN
- ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
- ประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี
- ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel
ต้องใช้ VPN ช่วงเดินทางหรือช่วงงานยุ่ง?
XPASS ขายแพ็กเกจแบบเติมเงินตามจำนวนวัน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ
ดูแพ็กเกจอ่านต่อ

ความปลอดภัยของ VPN
VPN, Antivirus และ Firewall ต่างกันอย่างไร ต้องมีครบไหม
VPN, antivirus และ firewall แก้ปัญหาคนละเรื่อง บทความนี้อธิบายว่าแต่ละอย่างทำอะไร ทำอะไรไม่ได้ และใช้ร่วมกันอย่างไร
อ่าน 9 นาที

คู่มือตามอุปกรณ์
ตั้ง Windows Firewall ให้ทำงานกับ VPN อย่างไร
วิธีเปิด Windows Defender Firewall ไว้พร้อมให้ VPN ทำงานได้ ตั้งแต่โปรไฟล์เครือข่าย หน้าต่างอนุญาต กฎที่ปลอดภัย การแชร์ และขั้นตอนแก้ปัญหา
อ่าน 10 นาที

แก้ปัญหา
VPN เชื่อมต่อไม่ได้ แก้ได้ทีละขั้น
ลำดับการตรวจที่ชัดเจนเมื่อ VPN เชื่อมต่อไม่ได้ ตั้งแต่สถานะพาส ข้อมูลล็อกอิน Wi-Fi และเน็ตมือถือ สิทธิ์ของแอป ไฟร์วอลล์ แอปที่ชนกัน ไปจนถึงข้อความผิดพลาด
อ่าน 8 นาที

แก้ปัญหา
แก้ VPN Error บน Windows (809, 789, 691)
คู่มือทีละขั้นสำหรับรหัสข้อผิดพลาด VPN บน Windows ที่พบบ่อย ว่าหมายถึงอะไร สาเหตุปกติของแต่ละรหัส และวิธีแก้ที่ปลอดภัยที่สุดที่ควรลองก่อน
อ่าน 7 นาที

ความปลอดภัยของ VPN
VPN Kill Switch คืออะไร
Kill switch ช่วยไม่ให้อุปกรณ์ของคุณใช้การเชื่อมต่อที่ไม่มีการป้องกันอย่างเงียบ ๆ เมื่อ VPN หลุด บทความนี้อธิบายหลักการและวิธีตรวจสอบ
อ่าน 12 นาที