ข้ามไปยังเนื้อหา

VPN Server ประเทศไทย มีผลต่อความเร็วอย่างไร

ตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์ VPN กำหนดว่าข้อมูลของคุณต้องเดินทางไกลแค่ไหน บทความนี้อธิบายผลต่อความเร็ว ค่าหน่วง และการใช้งานจริงในไทย

อ่าน 9 นาทีอัปเดตเมื่อ 15 ต.ค. 2569โดย XPASS Editorial Team

VPN Server ประเทศไทย มีผลต่อความเร็วอย่างไร

เวลาคนไทยบ่นว่า VPN ช้า สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้ลึกลับอะไร มักเป็นเรื่องระยะทาง ความแออัด หรือสัญญาณ Wi-Fi ในห้องนั้นเอง ตำแหน่งที่ VPN Server ตั้งอยู่เป็นตัวกำหนดว่าข้อมูลของคุณต้องเดินทางไกลแค่ไหนก่อนถึงเว็บไซต์หรือแอป และนี่คือเรื่องที่ควรเข้าใจที่สุดถ้าอยากให้ VPN Server ไทย หรือเซิร์ฟเวอร์ใกล้ไทย ใช้งานได้ลื่นทั้งตอนประชุมออนไลน์ ดูวิดีโอ และท่องเว็บประจำวัน

บทความนี้เน้นเรื่องที่ใช้ได้จริง คือค่าความเร็วกับค่าหน่วงต่างกันอย่างไร ระยะทางจากกรุงเทพ เชียงใหม่ หรือภูเก็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ส่งผลอย่างไร วิธีทดสอบตำแหน่งต่าง ๆ ให้เป็นธรรม และวิธีแก้เมื่อการเชื่อมต่อไม่ดี บทความไม่ได้ระบุรายการเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการรายใด เพราะแต่ละบริการไม่เหมือนกัน และไม่ได้รับประกันความเร็วใด ๆ

ความเร็วกับค่าหน่วงเป็นคนละตัวเลข

หลายคนเรียกทุกอย่างว่า "ความเร็ว" แต่จริง ๆ แล้วการเชื่อมต่อมีตัวเลขสำคัญอย่างน้อยสองตัว

ความเร็วในการรับส่งข้อมูล (throughput) คือปริมาณข้อมูลที่ไหลต่อวินาที มักแสดงเป็นเมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ตัวเลขนี้ตัดสินว่าการดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ใช้เวลานานแค่ไหน หรือวิดีโอคุณภาพสูงเริ่มเล่นได้เร็วเพียงใด

ค่าหน่วง (latency) คือเวลาที่ข้อความเล็ก ๆ หนึ่งข้อความใช้เดินทางไปและกลับ วัดเป็นมิลลิวินาที (ms) ตัวเลขนี้ตัดสินความรู้สึกว่าระบบตอบสนองเร็วหรือไม่ เช่น หน้าเว็บรอนานก่อนเริ่มโหลดหรือเปล่า เสียงในสายหน่วงไหม ตัวละครในเกมขยับช้ากว่าที่กดปุ่มหรือเปล่า คำอธิบายเรื่อง latency ของ Cloudflare อธิบายว่าเป็นความล่าช้าก่อนการส่งข้อมูลจะเริ่ม ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ถูกต้อง

ลองนึกถึงถนนหลวง throughput คือจำนวนเลน ส่วน latency คือเวลาที่รถหนึ่งคันใช้เดินทางจนถึงปลายทาง ถนนกว้างแค่ไหนก็ไม่ช่วยถ้าเส้นทางยาวมาก เมื่อเปิด VPN เส้นทางจะอ้อมเพิ่มหนึ่งช่วง และทางอ้อมนั้นคือสิ่งที่คุณรู้สึกว่าหน่วงขึ้น

เส้นทางของข้อมูลเมื่อเปิดและปิด VPN

ถ้าไม่ใช้ VPN คำขอจากมือถือของคุณในกรุงเทพจะไปที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) แล้วส่งต่อไปยังเว็บไซต์ บริการยอดนิยมจำนวนมากในเอเชียมีสำเนาเนื้อหาอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ใกล้ ๆ เส้นทางจึงอาจสั้นมาก

เมื่อเปิด VPN เส้นทางเปลี่ยนเป็น อุปกรณ์ของคุณ ไปที่ ISP ไปที่ VPN Server แล้วจึงไปถึงเว็บไซต์ ISP ต้องส่งข้อมูลไปถึงเซิร์ฟเวอร์ VPN เท่านั้น ส่วนเว็บไซต์จะเห็นเซิร์ฟเวอร์ VPN เป็นต้นทาง นั่นหมายถึงการเดินทางสองช่วงแทนที่จะเป็นช่วงเดียว และความยาวของทั้งสองช่วงมีผลหมด

ถ้าเซิร์ฟเวอร์อยู่ใกล้คุณและอยู่ไม่ไกลจากเว็บปลายทาง ทางอ้อมจะเล็กน้อย แต่ถ้าเซิร์ฟเวอร์อยู่คนละทวีป คำขอจะต้องข้ามมหาสมุทรไปที่เซิร์ฟเวอร์ แล้วเดินทางต่อไปเว็บอีกครั้ง ซึ่งทำให้ทุกการคลิกมีความล่าช้าที่สังเกตได้

การเข้ารหัสก็เพิ่มเวลาด้วย การเข้ารหัสและถอดรหัสแพ็กเก็ตใช้พลังประมวลผลของอุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์ ในมือถือหรือโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่มักเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในเครื่องเก่าอาจเห็นผลใน speed test อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ทำไมความเร็วอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนเมื่อใช้ VPN

ตัวอย่างระยะทางในชีวิตจริงสามแบบ

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้อธิบายหลักการ ไม่ใช่ผลการวัดของบริการใดโดยเฉพาะ

พนักงานทำงานทางไกลในกรุงเทพ

คุณนิดาทำงานจากคอนโดในกรุงเทพและประชุมวิดีโอกับทีมต่างประเทศ เป้าหมายคือสายที่นิ่ง ไม่ใช่ดาวน์โหลดเร็วที่สุด ถ้าเชื่อมต่อผ่านตำแหน่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ค่าหน่วงอาจเพิ่มจากตอนไม่ใช้ VPN แค่ไม่กี่สิบมิลลิวินาที ซึ่งแทบไม่รู้สึก แต่ถ้าเชื่อมต่อผ่านตำแหน่งอีกซีกโลก ความล่าช้าที่เพิ่มอาจถึงสองร้อยมิลลิวินาที ทำให้การคุยเหมือนคนพูดทับกัน คุณนิดาจึงเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดที่อยู่ใกล้ที่สุด และทดสอบก่อนประชุมสำคัญ

นักศึกษาในเชียงใหม่

น้องพลอยใช้ Wi-Fi หอพักที่นักศึกษาหลายคนใช้ร่วมกัน ปัญหาหลักคือช่วงเย็นช้า ในกรณีนี้คอขวดไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์ VPN แต่เป็นเครือข่ายหอพัก ถ้าทุกอย่างช้าลงระหว่างสองทุ่มถึงห้าทุ่มทั้งตอนเปิดและปิด VPN การเปลี่ยนตำแหน่ง VPN จะแทบไม่ช่วย ควรลองใช้ช่วงเวลาที่เงียบกว่าหรือใช้เน็ตมือถือแทน

นักท่องเที่ยวในภูเก็ต

คุณมาร์คมาเที่ยวและอยากเช็กอีเมลกับแดชบอร์ดธนาคารผ่าน Wi-Fi โรงแรม เขาไม่ต้องการความเร็วสูงสุด แค่ต้องการอุโมงค์ที่ปลอดภัย ตำแหน่งใกล้ ๆ ตำแหน่งไหนก็ใช้ได้ ควรสังเกตค่าหน่วงเมื่อหน้าเว็บอืดเท่านั้น และปิด VPN ชั่วคราวกับแอปที่ไม่ยอมทำงาน ตามที่อธิบายไว้ใน ภาพรวมการใช้ VPN ในไทย

เลือกตำแหน่งให้เหมาะกับเป้าหมาย

งานต่างกันให้ผลดีกับตัวเลือกต่างกัน ใช้ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้น

เป้าหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุด แนวทางที่เหมาะสม
ประชุมวิดีโอและโทรเสียง ค่าหน่วงต่ำและนิ่ง เลือกตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดในรายการของแอปแล้วทดสอบ
เล่นเกมออนไลน์ ค่าหน่วงต่ำ สัญญาณไม่กระตุก ตำแหน่งใกล้สุด ใช้สายแลนหรือ Wi-Fi แรง เลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน
ดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ ความเร็วรับส่งข้อมูล ลองสองถึงสามตำแหน่ง ตัวที่ไม่แออัดมักชนะ
ท่องเว็บทั่วไป ความสมดุล ตำแหน่งใกล้ ๆ ตำแหน่งใดก็มักใช้ได้
ใช้บัญชีของตัวเองจากต่างประเทศ ให้เหมาะกับบริการที่ใช้ เลือกตำแหน่งที่เหมาะกับบัญชีนั้น ดูหมายเหตุด้านล่าง

อ่านต่อได้ที่ วิธีเลือกตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ VPN และบทความเรื่อง ระยะห่างของ VPN Server

ข้อควรรู้เรื่องบริการที่ตรวจดูว่าคุณอยู่ที่ไหน บริการของไทยบางอย่าง เช่น แอปธนาคาร มักคาดหวังการเชื่อมต่อที่ดูเป็นของไทย ถ้าตำแหน่ง VPN ไม่ตรงกัน อาจถูกให้ยืนยันตัวตนเพิ่มหรือถูกปฏิเสธ นี่เป็นปฏิกิริยาด้านความปลอดภัยตามปกติ ไม่ใช่ความผิดพลาด และคุณควรทำตามเงื่อนไขของบริการนั้น บทความ ใช้บริการไทยจากต่างประเทศ อธิบายเรื่องนี้พร้อมข้อควรระวัง

วิธีทดสอบการเชื่อมต่อของคุณให้เป็นธรรม

การเดาไม่น่าเชื่อถือ ให้ทดสอบสั้น ๆ แบบทำซ้ำได้ ใช้เวลาราวสิบห้านาที

  1. เลือกอุปกรณ์เดียวและเครือข่ายเดียว อย่าเอาผลมือถือไปเทียบกับโน้ตบุ๊ก
  2. ปิดแอปที่กินแบนด์วิดท์ เช่น การสำรองข้อมูลขึ้นคลาวด์ ดาวน์โหลดใหญ่ หรือวิดีโอในแท็บอื่น
  3. ตอนปิด VPN รัน speed test สามครั้ง จดค่าดาวน์โหลด อัปโหลด และค่าหน่วง (ที่มักเรียกว่า ping) แล้วเลือกค่ากลางของแต่ละตัว
  4. เชื่อมต่อตำแหน่งแรกแล้วทดสอบซ้ำสามครั้ง จดค่ากลาง
  5. ทำซ้ำกับทุกตำแหน่งที่อยากเทียบ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
  6. ทดสอบการใช้งานจริงหนึ่งครั้ง เช่น เปิดแอปประชุมหรือหน้าเว็บที่ใช้ประจำ แล้วประเมินความรู้สึก
  7. ทดสอบตัวเลือกที่ดีที่สุดซ้ำอีกครั้งในช่วงเวลาอื่น เพราะความแออัดเปลี่ยนตลอดวัน

มีข้อควรระวังเพื่อให้ผลไม่เพี้ยน เว็บ speed test ใช้เซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ซึ่งอาจไกลหรือใกล้ตำแหน่ง VPN จึงควรมองตัวเลขเป็นค่าเปรียบเทียบ ไม่ใช่ค่าสัมบูรณ์ การทดสอบครั้งเดียวอาจคลาดเคลื่อนมาก และอย่าเอาผล Wi-Fi ไปเทียบกับผลเน็ตมือถือแล้วบอกว่าเป็นความต่างของ VPN ดูเคล็ดลับเพิ่มเติมที่ คู่มือทดสอบความเร็ว VPN

ทำไมเซิร์ฟเวอร์ใกล้แล้วยังช้า

ระยะทางเป็นเพียงสาเหตุเดียว ถ้าเลือกตำแหน่งใกล้แล้วยังไม่ดี ให้ไล่ดูสิ่งเหล่านี้

ความแออัดของเซิร์ฟเวอร์ ตำแหน่งยอดนิยมอาจมีคนใช้พร้อมกันจำนวนมาก และโหลดเปลี่ยนไปตามชั่วโมง ตำแหน่งที่เร็วเมื่อวานอาจช้าในเย็นนี้ บทความเรื่อง โหลดของ VPN Server อธิบายเรื่องนี้ด้วยภาษาง่าย ๆ

Wi-Fi ของคุณ สัญญาณอ่อน ช่อง 2.4 GHz ที่แออัด หรือเราเตอร์อยู่คนละห้อง ทำให้ช้ากว่าทางอ้อมของ VPN เสียอีก ลองขยับเข้าใกล้เราเตอร์หรือเสียบสายแลนเพื่อดูว่าปัญหาหายหรือไม่

อุปกรณ์ของคุณ โหมดประหยัดแบตเตอรี่ ความร้อนที่ทำให้เครื่องลดความเร็ว และมือถือรุ่นเก่า อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงเมื่อมีการเข้ารหัส

คุณภาพเครือข่ายมือถือ บน 4G หรือ 5G ความแรงของสัญญาณและความแออัดของเสาเปลี่ยนเร็วมาก การทดสอบในบันไดหนีไฟกับริมหน้าต่างอาจต่างกันมากกว่าสองตำแหน่ง VPN เสียอีก

วิธีเชื่อมต่อ (โปรโตคอล) แอป VPN บางตัวให้เลือกวิธีเชื่อมต่อ แต่ละวิธีทำงานต่างกันในเครือข่ายต่างกัน บางครั้งการเปลี่ยนช่วยแก้อาการสะดุดได้ ดูหน้าช่วยเหลือของแอปว่ามีตัวเลือกอะไรบ้าง

DNS การค้นหาชื่อโดเมนที่ช้าทำให้รู้สึกว่าหน้าเว็บช้าแม้ความเร็วจริงปกติ ถ้าหน้าเว็บค้างครู่หนึ่งก่อนโหลดเร็ว แปลว่า DNS อาจเป็นสาเหตุ ทำความเข้าใจพื้นฐานได้ที่บทความ DNS ทำงานอย่างไร

ขนาดแพ็กเก็ต บางครั้งแพ็กเก็ตในอุโมงค์ใหญ่เกินกว่าบางช่วงของเส้นทางจะรับได้ จึงถูกแบ่งหรือทิ้ง ทำให้บางเว็บสะดุดแปลก ๆ เรื่องนี้เรียกว่า path MTU อธิบายไว้ใน RFC 1191 ถ้าแอปมีตัวเลือกปรับ MTU ให้สอบถามฝ่ายสนับสนุนก่อนเปลี่ยน

ความผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกเซิร์ฟเวอร์

เลือกตามธงประเทศแทนที่จะดูระยะทาง ตัวเลือกใกล้ที่เหมาะสมมักเร็วกว่าตัวเลือกไกลที่เลือกโดยไม่มีเหตุผล

ทดสอบครั้งเดียว ผลครั้งเดียว ณ ช่วงเดียวบอกอะไรได้น้อยมาก

ปล่อยให้แอปสำรองข้อมูลทำงานระหว่างทดสอบ มันแย่งแบนด์วิดท์กับสิ่งที่คุณกำลังวัด

คาดหวังให้ VPN ทำให้แพ็กเกจช้าเร็วขึ้น VPN เพิ่มความเร็วที่ ISP ขายให้ไม่ได้ ดีที่สุดคือไม่เพิ่มความสูญเสีย แย่ที่สุดคือเพิ่มบ้าง

เปลี่ยนการตั้งค่าห้าอย่างพร้อมกัน ถ้าเปลี่ยนตำแหน่ง โปรโตคอล และเครือข่ายพร้อมกัน คุณจะไม่รู้ว่าอะไรได้ผล

ไม่สนใจช่วงเวลา ความแออัดช่วงเย็นในหอพัก อพาร์ตเมนต์ และคาเฟ่เป็นรูปแบบที่รู้กันดี

เมื่อไรควรเปิด VPN ค้างไว้ และเมื่อไรพักได้

VPN เป็นเครื่องมือด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นอันดับแรก บน Wi-Fi สาธารณะในห้าง สนามบิน หรือคาเฟ่ การมีอุโมงค์เข้ารหัสมักคุ้มกับความหน่วงเล็กน้อย อ่านเหตุผลได้ที่ วิธีใช้ Wi-Fi สาธารณะให้ปลอดภัยขึ้น

บนเครือข่ายบ้านที่เชื่อถือได้และการท่องเว็บทั่วไป คุณอาจเลือกปิด VPN ตอนทำงานที่ไวต่อความหน่วง เช่น เล่นเกมแข่งขัน แล้วเปิดอีกครั้งตอนล็อกอินธนาคารหรือช้อปปิ้งบนเครือข่ายที่ไม่คุ้นเคย ถ้าแอปมี split tunneling คุณส่งเฉพาะแอปที่เลือกผ่านอุโมงค์ได้ อ่าน split tunneling คืออะไร ก่อนพึ่งพาฟีเจอร์นี้

อย่าปิด VPN บนเครือข่ายที่ไม่น่าไว้ใจเพียงเพื่อให้ได้ไม่กี่มิลลิวินาที โดยเฉพาะตอนกำลังจะล็อกอินเรื่องสำคัญ

รายการตรวจสอบเมื่อการเชื่อมต่อช้าหรือไม่นิ่ง

ไล่ตามลำดับต่อไปนี้

  1. รัน speed test ตอนปิด VPN เพื่อยืนยันว่าอินเทอร์เน็ตพื้นฐานปกติ
  2. รีสตาร์ตแอป VPN แล้วเชื่อมต่อใหม่
  3. สลับระหว่าง Wi-Fi กับเน็ตมือถือเพื่อดูว่าเครือข่ายเป็นสาเหตุหรือไม่
  4. ลองตำแหน่งใกล้เคียงอื่นในรายการของแอป
  5. ลองในช่วงเวลาอื่นของวัน
  6. รีสตาร์ตเราเตอร์และอุปกรณ์
  7. อัปเดตแอป VPN และระบบปฏิบัติการ
  8. ถ้าแอปมีวิธีเชื่อมต่อหลายแบบ ให้ลองทีละแบบ
  9. ตรวจว่า DNS ทำงานปกติและแอปไม่ได้แสดงข้อความผิดพลาด
  10. ติดต่อผู้ให้บริการพร้อมบันทึกการทดสอบ ได้แก่ เวลา ชนิดเครือข่าย ตำแหน่งที่เลือก และผลที่ได้

สรุป

การเลือก VPN Server สำหรับคนในไทยส่วนใหญ่เป็นเรื่องของระยะทาง ความแออัด และคุณภาพเครือข่ายของคุณเอง ค่าหน่วงไม่ใช่ตัวเลขความเร็วสูง ๆ เป็นตัวกำหนดว่าการประชุมและเกมจะลื่นแค่ไหน ทดสอบแบบทำซ้ำได้ เปลี่ยนทีละอย่าง และจำไว้ว่าความช้าลงเล็กน้อยเป็นราคาปกติของการอ้อมเพิ่มหนึ่งช่วงกับการเข้ารหัส เลือกตำแหน่งใกล้ที่เหมาะสมจากแอป ตรวจในหลายช่วงเวลา และเปิด VPN ไว้เมื่ออยู่บนเครือข่ายที่ไม่ไว้ใจ ถ้าอยากลองพาสสั้น ๆ กับอินเทอร์เน็ตของคุณเอง ดูได้ที่หน้าราคาของ XPASS

คำถามที่พบบ่อย

VPN Server ในไทยเร็วกว่าเสมอสำหรับคนที่อยู่ในไทยหรือไม่

ไม่เสมอไป เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้มักเพิ่มความหน่วงน้อยกว่าเพราะเส้นทางสั้นกว่า แต่ผลจริงยังขึ้นกับความหนาแน่นของเซิร์ฟเวอร์นั้น อินเทอร์เน็ตของคุณเอง และเว็บที่เข้าใช้ ควรวัดผลเองแทนการคาดเดา

เล่นเกมและประชุมวิดีโอ ควรดูความเร็วหรือค่าหน่วงมากกว่ากัน

ค่าหน่วง เพราะเกมและการคุยสดต้องการแพ็กเก็ตเล็กที่มาถึงตรงเวลา ค่า round-trip ที่ต่ำและนิ่งสำคัญกว่าตัวเลขดาวน์โหลดสูง ๆ

ทำไมเปิด VPN แล้วผล speed test ต่ำลง

เพราะข้อมูลเดินทางไกลขึ้น ต้องเข้ารหัส และใช้เซิร์ฟเวอร์ร่วมกับผู้ใช้คนอื่น การลดลงเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ ถ้าลดมากผิดปกติให้ลองเปลี่ยนตำแหน่ง เครือข่าย หรือวิธีเชื่อมต่อ

เลือกตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ได้ทุกที่ตามต้องการหรือไม่

เลือกได้เฉพาะตำแหน่งที่แอป VPN ของคุณแสดงไว้ ซึ่งแต่ละบริการไม่เหมือนกัน บทความนี้ไม่ได้ยืนยันรายการของผู้ให้บริการรายใด

ทดสอบอย่างไรให้เป็นธรรม

ทดสอบซ้ำสามครั้งตอนปิด VPN แล้วทดสอบสามครั้งในแต่ละตำแหน่งตอนเปิด VPN บนเครือข่ายเดียวกัน ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แล้วเทียบค่ากลางของแต่ละชุด

เกี่ยวกับผู้เขียน

Bob Kanokphon Thongdee ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN

Bob Kanokphon Thongdee

  • ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN
  • ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
  • ประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี
  • ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel

ต้องใช้ VPN ช่วงเดินทางหรือช่วงงานยุ่ง?

XPASS ขายแพ็กเกจแบบเติมเงินตามจำนวนวัน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ

ดูแพ็กเกจ

อ่านต่อ

แก้ปัญหา

เลือก VPN Server ไกลหรือใกล้ ส่งผลต่อความเร็วอย่างไร

ระยะทางทำให้ VPN ช้าลงสองแบบ คือหน่วงมากขึ้น และบนเส้นทางไกลทำให้อัตราส่งข้อมูลต่อเนื่องลดลง รู้ว่าทำไมเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้ที่สุดไม่ใช่ที่เร็วที่สุดเสมอ

อ่าน 10 นาที

แก้ปัญหา

Latency ของ VPN คืออะไร? ทำไม Ping สูงขึ้น

Latency คือความหน่วงก่อนที่ข้อมูลจะเริ่มมาถึง ดูว่ามิลลิวินาทีแต่ละส่วนมาจากไหน ทำไม VPN ทำให้เปลี่ยน jitter หมายถึงอะไร และค่า ping ระดับไหนเหมาะกับงานอะไร

อ่าน 10 นาที

พื้นฐาน VPN

ทำไมความเร็วอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนไปเมื่อใช้ VPN

การใช้ VPN เพิ่มระยะทาง การเข้ารหัส และอีกเครือข่ายหนึ่งในเส้นทาง ความเร็วจึงมักเปลี่ยนไป บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีวัดให้ถูก และสิ่งที่ลองทำเมื่อรู้สึกช้า

อ่าน 9 นาที

พื้นฐาน VPN

เลือก Server VPN ประเทศไหนดี ให้เร็วและเสถียร

Server VPN ที่ดีที่สุดไม่ใช่ตัวที่ใกล้ที่สุดเสมอไป มาดูว่าระยะทาง โหลด และเส้นทางส่งผลต่อความเร็วอย่างไร และทดสอบที่ตั้งต่าง ๆ ได้ในไม่กี่นาที

อ่าน 9 นาที

พื้นฐาน VPN

ใช้ VPN ในประเทศไทย ต้องรู้อะไรบ้าง

ใครใช้ VPN ในไทย ช่วยเรื่อง Wi-Fi ร้านกาแฟ โรงแรม สนามบินได้แค่ไหน อะไรที่ VPN แก้ไม่ได้ วิธีเลือก และหมายเหตุสั้น ๆ เรื่องกฎหมาย

อ่าน 9 นาที