ข้ามไปยังเนื้อหา

ตั้ง Android ไม่ให้ออกเน็ตเมื่อ VPN หลุดอย่างไร

ทำความเข้าใจสวิตช์บล็อกเน็ตบน Android ที่ตัดการเชื่อมต่อทันทีเมื่อ VPN หลุด หาเจอที่ไหน เปิดอย่างไร มีผลอะไรตามมา และควรใช้เมื่อไร

อ่าน 9 นาทีอัปเดตเมื่อ 15 ต.ค. 2569โดย XPASS Editorial Team

ตั้ง Android ไม่ให้ออกเน็ตเมื่อ VPN หลุดอย่างไร

หลายคนคิดว่า VPN เป็นสวิตช์ที่มีแค่เปิดกับปิด แต่บนโทรศัพท์มือถือเรื่องนี้ซับซ้อนกว่านั้น สัญญาณเน็ตมือถือสะดุดได้ Wi-Fi หลุดเวลาเดินจากห้องหนึ่งไปอีกห้อง และระบบปฏิบัติการอาจปิดแอปเบื้องหลังเพื่อประหยัดหน่วยความจำ ทุกครั้งที่อุโมงค์ VPN ขาด โทรศัพท์ต้องเลือกว่าจะนิ่งรอให้ VPN กลับมา หรือจะใช้เครือข่ายปกติต่อไป ค่าเริ่มต้นของ Android คือใช้ต่อไป นั่นแปลว่าข้อมูลของคุณออกจากเครื่องโดยไม่มีการป้องกันที่คุณคิดว่ามี

ตัวเลือก "บล็อกการเชื่อมต่อที่ไม่ผ่าน VPN" (block connections without VPN) เปลี่ยนการเลือกนั้น บทความนี้อธิบายว่ามันทำอะไร เกี่ยวข้องกับ Always-on VPN อย่างไร เปิดใช้อย่างไร ทำให้เกิดอะไรตามมา และคุณควรใช้หรือไม่ ถ้าอยากรู้ภาพรวมของระบบตัดเน็ตเมื่อ VPN หลุดทั่วไป ให้อ่านบทความเรื่อง kill switch ของ VPN คืออะไร ส่วนที่นี่เราพูดเฉพาะสวิตช์ของ Android และข้อควรระวังของมัน

สองการตั้งค่าที่คนมักสับสน

หน้าตั้งค่า VPN ของ Android มีตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกันสองอย่าง และสองอย่างนี้ถูกเข้าใจผิดบ่อย

Always-on VPN สั่งให้ระบบเปิดแอป VPN ที่เลือกไว้โดยอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่อง และต่อใหม่เมื่อหลุด เน้นความสะดวกและความต่อเนื่อง แต่ลำพังตัวเดียวไม่ได้หยุดทราฟฟิก ช่วงไม่กี่วินาทีที่อุโมงค์ล่ม แอปต่าง ๆ ยังออกอินเทอร์เน็ตตรงได้

บล็อกการเชื่อมต่อที่ไม่ผ่าน VPN (บางรุ่นหรือบางผู้ผลิตเรียกว่า lockdown) เข้มงวดกว่า เมื่อเปิด ระบบจะไม่ให้แอปไหนใช้เครือข่ายเลย ถ้าทราฟฟิกนั้นไม่ได้ผ่าน VPN ถ้าอุโมงค์ล่ม แอปจะเห็นว่าไม่มีการเชื่อมต่อเลย

สรุปง่าย ๆ คือ Always-on พยายามให้อุโมงค์อยู่ตลอด ส่วนสวิตช์บล็อกกำหนดว่าช่วงที่อุโมงค์ไม่อยู่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการป้องกันมากกว่าความสะดวก ปกติควรเปิดทั้งสองอย่างคู่กัน และสวิตช์บล็อกเปิดลำพังไม่ได้ เพราะมันอยู่ใต้ตัวเลือก Always-on และจะเป็นสีเทาจนกว่าจะเปิดตัวนั้น

ลองเปรียบเทียบกับบ้านที่มีประตูเหล็กอยู่หน้าประตูธรรมดา Always-on คือคนที่ปิดประตูเหล็กให้ทุกเช้า ส่วนสวิตช์บล็อกคือกฎที่บอกว่าห้ามใครใช้ประตูหลังในขณะที่ประตูเหล็กถูกเปิดซ่อม

สวิตช์นี้ป้องกันอะไรได้จริง

ฟีเจอร์นี้อุดช่องว่างแคบ ๆ แต่เกิดขึ้นจริง คือช่วงเวลาระหว่างอุโมงค์ที่ขาดกับอุโมงค์ที่กลับมา ช่วงที่ช่องว่างนี้เปิดมักเป็นเหตุการณ์แบบนี้

  • คุณออกจากคอนโดและโทรศัพท์สลับจาก Wi-Fi ไปใช้เน็ตมือถือ อุโมงค์ต้องสร้างใหม่บนเครือข่ายใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลาไม่กี่วินาที
  • รถไฟฟ้าหรือรถไฟผ่านช่วงที่สัญญาณขาด แล้วสัญญาณกลับมาที่เสาต้นใหม่
  • โทรศัพท์รีสตาร์ตหลังอัปเดต และแอปต่าง ๆ เริ่มโหลดข้อมูลก่อนที่แอป VPN จะทำงานเต็มที่
  • ระบบปฏิบัติการปิดแอป VPN เบื้องหลังเพื่อคืนหน่วยความจำ
  • แพสหมดอายุหรือเซิร์ฟเวอร์ไม่ตอบสนอง

ในช่วงเหล่านี้ แอปแชตอาจซิงก์ข้อความ แท็บเบราว์เซอร์อาจรีเฟรช หรือการสำรองข้อมูลขึ้นคลาวด์อาจทำต่อ โดยใช้ที่อยู่เครือข่ายจริงของคุณแทนเส้นทาง VPN เมื่อเปิดสวิตช์บล็อก คำขอเหล่านั้นจะล้มเหลวเงียบ ๆ แล้วแอปจะลองใหม่เมื่ออุโมงค์กลับมา

ต้องเข้าใจว่าสวิตช์นี้ไม่ได้ทำให้การเข้ารหัสแน่นขึ้น ไม่ได้ซ่อนโทรศัพท์จากบริการของผู้ให้บริการมือถือ และไม่ได้ปกป้องทราฟฟิกที่ไม่ได้ตั้งใจให้ผ่าน VPN สิ่งที่มันรับประกันมีอย่างเดียว คือเมื่อเปิดอยู่ ทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั่วไปจะออกจากเครื่องผ่านอุโมงค์เท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็ไม่ออกเลย

ขั้นตอนเปิดใช้งานทีละข้อ

ชื่อเมนูต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชัน Android และยี่ห้อ ให้ถือว่านี่คือเส้นทางโดยทั่วไป ไม่ใช่สคริปต์ที่ตรงทุกตัวอักษร

  1. ติดตั้งแอป VPN และลงชื่อเข้าใช้ก่อน แล้วลองต่อด้วยมือหนึ่งครั้งเพื่อดูว่าอุโมงค์ทำงาน การเปิดล็อกดาวน์กับ VPN ที่ไม่เคยต่อติดเลยเป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะทำให้เน็ตหาย
  2. เปิด การตั้งค่า แล้วไปที่ เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (บางรุ่นอยู่ใน การเชื่อมต่อ หรือ การตั้งค่าการเชื่อมต่อเพิ่มเติม)
  3. แตะ VPN จะเห็นรายการแอป VPN ที่ระบบรู้จัก
  4. แตะไอคอนฟันเฟืองข้างรายการ VPN ของคุณ
  5. เปิด Always-on VPN ระบบอาจถามให้ยืนยัน
  6. เปิด บล็อกการเชื่อมต่อที่ไม่ผ่าน VPN จะมีคำเตือนสั้น ๆ ว่าจะไม่มีการเชื่อมต่อจนกว่า VPN จะต่อ
  7. กลับไปที่แอป กดเชื่อมต่อ แล้วเปิดเบราว์เซอร์โหลดเว็บสักหน้าเพื่อยืนยันว่าข้อมูลไหลปกติ

ถ้าคุณใช้แอป VPNclient ที่แถมมากับแพส XPASS สามารถดาวน์โหลดได้จากหน้าดาวน์โหลด ส่วนการตั้งค่าครั้งแรกแบบทีละขั้นอยู่ในคู่มือการตั้งค่า VPN บน Android

แอปบางตัวไม่รองรับ Always-on VPN เลย หรือระบุว่าระบบเรียกให้เริ่มทำงานเองไม่ได้ กรณีนั้นจะไม่มีตัวเลือกให้เปิด ซึ่งเป็นคุณสมบัติของแอปและระบบปฏิบัติการ ไม่ใช่โทรศัพท์คุณเสีย

เมื่อเปิดแล้ว โทรศัพท์จะทำอะไร

ตัวอย่างสั้น ๆ ต่อไปนี้ช่วยให้เห็นภาพ

เดินออกจากร้านกาแฟ คุณใช้ Wi-Fi ร้านโดยต่อ VPN อยู่ พอเดินออก โทรศัพท์ย้ายไปใช้เน็ตมือถือ ช่วงสองถึงสิบวินาทีแรกแอปแชตแสดงว่า "กำลังเชื่อมต่อ" จากนั้นอุโมงค์สร้างใหม่บนเน็ตมือถือและข้อความก็เข้ามา ถ้าไม่เปิดสวิตช์บล็อก แอปแชตอาจใช้เส้นทางเน็ตมือถือเปล่า ๆ ในช่วงนั้น

รีสตาร์ตเครื่อง หลังรีสตาร์ต Android เปิดแอป VPN ตามที่ตั้ง Always-on ไว้ จนกว่าอุโมงค์จะเสร็จ เบราว์เซอร์จะแจ้งว่าไม่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเรื่องปกติและมักหายไปในไม่กี่วินาที

หน้าล็อกอินของโรงแรม โรงแรมและสนามบินจำนวนมากแสดงหน้าให้ยอมรับเงื่อนไขก่อน Wi-Fi จะใช้ได้ เมื่อสวิตช์บล็อกทำงาน โทรศัพท์เข้าหน้านั้นไม่ได้ เพราะ VPN ต่อไม่ได้จนกว่าเครือข่ายจะเปิด คุณจึงวนอยู่ในลูป ไม่มี VPN ถ้าไม่ผ่านหน้าล็อกอิน และเข้าหน้าล็อกอินไม่ได้ถ้าไม่มี VPN ทางแก้คือปิดสวิตช์บล็อกชั่วคราว ล็อกอินให้เสร็จ แล้วเปิดกลับ ดูรายละเอียดเพิ่มในบทความการใช้ VPN บน Wi-Fi โรงแรม

แพสหมดอายุ ถ้าชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านใช้ไม่ได้เพราะแพสสิ้นสุดแล้ว VPN จะต่อไม่ได้ และเมื่อเปิดสวิตช์บล็อก โทรศัพท์จะออฟไลน์ ทำให้หลายคนตกใจ เพราะบนหน้าจอไม่ได้เขียนว่าแพสหมดอายุ เมื่อเน็ตหายให้เปิดแอป VPN ตรวจดูก่อน

ช่วยเมื่อไร และขัดขวางเมื่อไร

สถานการณ์ สวิตช์บล็อกมีประโยชน์ไหม เหตุผล
เดินทางไปทำงานด้วยสัญญาณมือถือที่เปลี่ยนไปมา มี อุโมงค์รีเซ็ตบ่อย เกิดช่องว่างเล็ก ๆ หลายครั้ง
เดินทางและใช้ Wi-Fi ร้านกาแฟ โรงแรม สนามบิน มี แต่ต้องระวัง เครือข่ายสาธารณะคือที่ที่การรั่วเสียหายมากที่สุด
ใช้ Wi-Fi บ้านอย่างเดียว ไม่ค่อยออกนอกบ้าน มักไม่จำเป็น เครือข่ายเสถียร เราเตอร์ไว้ใจได้
โทรศัพท์ที่คนในครอบครัวใช้ร่วมกัน เสี่ยง คนอื่นอาจไม่เข้าใจว่าทำไมแอปถึงใช้ไม่ได้
โทรศัพท์งานที่ใช้แค่อีเมลและแอปธนาคาร สมเหตุสมผล แอปที่ใช้คาดเดาได้ และไม่ต้องการให้รั่ว
ใช้โทรศัพท์เป็นฮอตสปอตให้โน้ตบุ๊ก ควรทดสอบก่อน พฤติกรรมของอุปกรณ์ที่ต่อพ่วงต่างกันตามรุ่น
ประชุมวิดีโอบนสัญญาณที่ไม่นิ่ง ผสมกัน การต่อใหม่อาจทำให้สายสะดุดหลายวินาที

กฎง่าย ๆ คือถามตัวเองว่าถ้ารั่วสั้น ๆ จะเสียอะไร ถ้าแค่คนอื่นรู้ว่าคุณเปิดแอปข่าว ความรำคาญจากการหลุดอาจมากกว่าประโยชน์ แต่ถ้าการรั่วอาจเปิดเผยงานที่ทำบน Wi-Fi สาธารณะ สวิตช์บล็อกคือประกันราคาถูก

ผลข้างเคียงที่ควรรู้ล่วงหน้า

การเปิดสวิตช์บล็อกกระทบมากกว่าเบราว์เซอร์ นี่คือสิ่งที่มักเปลี่ยนไป

  • หน้าล็อกอินของ Wi-Fi สาธารณะ (captive portal) จะโหลดไม่ขึ้นตามที่อธิบายไป ควรจำไว้ว่าต้องปิดสวิตช์ก่อนต่อเครือข่ายสาธารณะแห่งใหม่
  • การอัปเดตซอฟต์แวร์และดาวน์โหลดแอป จะหยุดชั่วคราวจนกว่าอุโมงค์จะกลับมา แล้วทำต่อเอง
  • อุปกรณ์ในเครือข่ายบ้าน เช่น เครื่องพิมพ์ ลำโพงอัจฉริยะ หรือเครื่องที่ใช้แคสต์ อาจเข้าถึงไม่ได้ถ้าแอปจัดเส้นทางทราฟฟิกในบ้านไม่เหมาะสม แอป VPN บางตัวมีตัวเลือกสำหรับเครือข่ายภายใน บางตัวไม่มี
  • ฮอตสปอตมือถือ อาจทำงานต่างไป อุปกรณ์ที่ต่อกับฮอตสปอตของคุณอาจทำตามกฎเดียวกันหรือไม่ก็ได้ ขึ้นกับรุ่นโทรศัพท์และแอป
  • กรณีฉุกเฉิน สายโทรออกฉุกเฉินใช้บริการเสียงของเครือข่ายมือถือ ไม่ได้ใช้ข้อมูลของแอป แต่แอปแผนที่หรือแอปแชตจะใช้ไม่ได้จนกว่า VPN จะกลับมา หากคุณพึ่งแผนที่เพื่อหาทางในที่ที่ไม่คุ้น ควรทดลองพฤติกรรมก่อนวันที่ต้องใช้จริง
  • การแจ้งเตือน จากแอปที่ใช้ข้อมูลจะล่าช้าในช่วงที่อุโมงค์ล่ม

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่บั๊ก แต่เป็นผลของหลักการ "ไม่มีอุโมงค์ ก็ไม่มีทราฟฟิก" เมื่อรู้ล่วงหน้าก็อยู่กับการตั้งค่านี้ได้ง่ายขึ้น

แก้ปัญหาเมื่อโทรศัพท์ขึ้นว่าไม่มีอินเทอร์เน็ต

เมื่อเปิดสวิตช์แล้วไม่มีอะไรโหลดเลย ให้ไล่ตามลำดับนี้

  1. ดูแถบสถานะ ไอคอนกุญแจเล็ก ๆ หมายถึง VPN ทำงานอยู่ ถ้าไม่มีกุญแจ แสดงว่าอุโมงค์ล่ม
  2. เปิดแอป VPN แสดงว่าเชื่อมต่อแล้ว กำลังเชื่อมต่อ หรือมีข้อผิดพลาด ถ้าบอกว่าล็อกอินไม่ผ่าน ให้กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านจากหน้า My Pass ใหม่ ดูวิธีหาข้อมูลได้ที่คู่มือข้อมูลล็อกอิน VPN อยู่ตรงไหน
  3. เปิดโหมดเครื่องบินห้าวินาที แล้วปิด เป็นการรีเซ็ตสัญญาณวิทยุ ซึ่งมักแก้ปัญหาการต่อใหม่ที่ค้าง
  4. ลองเปลี่ยนเครือข่าย สลับระหว่าง Wi-Fi กับเน็ตมือถือ เพื่อดูว่าปัญหามาจากเครือข่ายหรือจากแอป
  5. ปิดสวิตช์บล็อกชั่วคราว ถ้าปิดแล้วเน็ตกลับมา แปลว่าปัญหาอยู่ที่ VPN ไม่ใช่ผู้ให้บริการมือถือ
  6. ตรวจการจำกัดแบตเตอรี่ บางรุ่นปิดแอปเบื้องหลังรุนแรงจนฆ่า VPN ได้ ให้ตั้งแอป VPN เป็นโหมดไม่ถูกจำกัดการใช้แบตเตอรี่ในหน้าข้อมูลแอป
  7. ติดตั้งแอปใหม่เป็นทางเลือกสุดท้าย การลบแอปจะลบรายการ Always-on ไปด้วย ต้องตั้งค่าใหม่ทั้งหมด

คู่มือแก้ปัญหา VPN บน Androidและเมื่อ VPN ต่อไม่ติดลงลึกกว่านี้ในแต่ละข้อ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เปิดสวิตช์บล็อกก่อนต่อ VPN สำเร็จครั้งแรก ควรทดสอบ VPN โดยยังไม่เปิดบล็อกก่อน
  • ลืมเรื่องหน้าล็อกอินของ Wi-Fi หลายคนคิดว่าโทรศัพท์เสีย ทั้งที่แค่รอหน้าล็อกอินอยู่
  • คิดว่าป้องกันอุปกรณ์อื่นด้วย การตั้งค่านี้ใช้กับโทรศัพท์เครื่องนี้เท่านั้น โน้ตบุ๊กที่อยู่บน Wi-Fi เดียวกันไม่ได้รับการป้องกัน ถ้าไม่ได้รัน VPN ของตัวเอง
  • สับสนกับ split tunneling ถ้าแอปหนึ่งถูกยกเว้นจากอุโมงค์ สวิตช์บล็อกอาจปล่อยหรืออาจบล็อกแอปนั้น ขึ้นกับการตั้งค่าของแอปและเครื่อง ควรทดสอบแอปที่ยกเว้นทุกครั้งหลังเปลี่ยนการตั้งค่า
  • ไม่สนใจโหมดประหยัดแบต โหมดประหยัดพลังงานแรง ๆ ปิดแอป VPN แล้วสวิตช์บล็อกก็ทำตามหน้าที่ คือไม่มีอะไรใช้ได้
  • เข้าใจว่าเป็นการปกปิดตัวตน สวิตช์บล็อกแค่เก็บทราฟฟิกไว้ในอุโมงค์ ไม่ได้ซ่อนตัวคุณจากเว็บไซต์ที่คุณล็อกอินเข้าไป

ตัวอย่างการตัดสินใจจริง

ลองดูสามคนที่ใช้ Android และ VPN ต่างกัน

คุณนุ่น พนักงานออฟฟิศที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า ทำงานผ่านอีเมลและระบบภายในบริษัท เธอเปลี่ยนเครือข่ายระหว่างเน็ตมือถือกับ Wi-Fi ที่ออฟฟิศและร้านกาแฟวันละหลายครั้ง สำหรับเธอ Always-on บวกสวิตช์บล็อกคุ้มค่า เพราะการรั่วสั้น ๆ ระหว่างรอ VPN ต่อใหม่คือสิ่งที่ต้องการหลีกเลี่ยง เธอเพียงต้องจำว่าต้องปิดสวิตช์ก่อนต่อ Wi-Fi ที่มีหน้าล็อกอิน

คุณเอ็ม นักเรียนที่ใช้โทรศัพท์เล่นเกมและดูคลิป ใช้บ้านกับโรงเรียนเป็นหลัก เครือข่ายเสถียร การเปิดบล็อกอาจทำให้แอปเกมหลุดบ่อยเวลา VPN รีเซ็ต เขาควรเปิดแค่ Always-on หรือเปิด VPN เฉพาะตอนใช้ Wi-Fi สาธารณะ

คุณแม่ที่ใช้โทรศัพท์ร่วมกับลูก อาจงงว่าทำไมแอปการบ้านของลูกโหลดไม่ขึ้น การเปิดสวิตช์บล็อกบนเครื่องที่หลายคนใช้ควรทำพร้อมอธิบายสั้น ๆ ว่าถ้าเน็ตหาย ให้เปิดแอป VPN ก่อน

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงว่า "ควรเปิดหรือไม่" ไม่มีคำตอบเดียว ขึ้นกับว่าคุณเดินทางบ่อยแค่ไหน ใช้เครือข่ายแบบไหน และรับความไม่สะดวกได้มากน้อยเพียงใด

ข้อจำกัดที่ควรจำ

  • สวิตช์บล็อกไม่ได้การันตีว่าแอปทุกตัวจะไม่รั่ว แอปที่ถูกตั้งให้ยกเว้นจากอุโมงค์หรือบริการระบบบางส่วนอาจมีพฤติกรรมต่างออกไป
  • การตั้งค่านี้ไม่ได้ป้องกันการหลอกลวงทางข้อความ ลิงก์ฟิชชิง หรือแอปที่ขอข้อมูลเกินจำเป็น ดูแนวทางตรวจเว็บปลอมได้ที่ วิธีสังเกตเว็บไซต์ฟิชชิง
  • ถ้าผู้ให้บริการ VPN มีปัญหาชั่วคราว เครื่องที่เปิดบล็อกจะออฟไลน์ไปด้วย แม้เครือข่ายของคุณปกติดี
  • คำศัพท์ในเมนูต่างกันตามผู้ผลิต เวอร์ชัน Android และภาษา หากไม่พบตัวเลือกตามชื่อที่เขียนไว้ ให้ค้นหาคำว่า VPN ในช่องค้นหาของหน้าการตั้งค่า

สรุป

การบล็อกการเชื่อมต่อที่ไม่ผ่าน VPN บน Android ตัดการหันไปใช้เครือข่ายปกติแบบเงียบ ๆ ทุกครั้งที่อุโมงค์หลุด คุณเปิดได้จากหน้าตั้งค่า VPN หลังเปิด Always-on VPN และเหมาะที่สุดสำหรับคนที่ย้ายเครือข่ายบ่อยหรือพึ่ง Wi-Fi สาธารณะ ราคาที่ต้องจ่ายคือช่วงเวลาที่เน็ตหายเป็นบางครั้ง ลูปหน้าล็อกอิน และการแก้ปัญหาเพิ่มเล็กน้อย ทดสอบ VPN ก่อน รู้วิธีปิดสวิตช์อย่างรวดเร็ว และเก็บข้อมูลล็อกอินไว้ใกล้มือ

ถ้าอยากเตรียมโทรศัพท์ไว้ลองตั้งค่านี้ ลองดูตัวเลือกราคาที่ยืดหยุ่น แล้วเลือกแพสที่เหมาะกับช่วงเวลาที่คุณจะเดินทาง

คำถามที่พบบ่อย

ตัวเลือกบล็อกการเชื่อมต่อที่ไม่ผ่าน VPN บน Android ทำอะไร

เป็นการสั่งให้ Android ปฏิเสธทราฟฟิกทุกอย่างที่ไม่ได้ไหลผ่านอุโมงค์ VPN ถ้าอุโมงค์หลุด แอปจะต่อเน็ตไม่ได้ไปเลย แทนที่จะแอบใช้เส้นทางเน็ตปกติของ Wi-Fi หรือเน็ตมือถือ

ทำไมสวิตช์บล็อกเน็ตเมื่อไม่มี VPN ถึงกดไม่ได้

สวิตช์นี้ใช้ได้เมื่อเปิด Always-on VPN ให้แอปนั้นก่อน และแอปต้องรองรับด้วย ถ้า Always-on ปิดอยู่หรือแอปไม่อนุญาต ตัวเลือกบล็อกจะเป็นสีเทา

เปิดแล้วจะรับสายและ SMS ได้ไหม

สายโทรเข้าและ SMS ปกติใช้ช่องทางของเครือข่ายมือถือเอง จึงไม่ถูกบล็อก แต่แอปที่ใช้อินเทอร์เน็ต เช่น แชต เมล และเบราว์เซอร์ จะใช้ไม่ได้ในช่วงที่ VPN ยังไม่เชื่อมต่อ

เปิดแล้วเน็ตหายหมดต้องทำอย่างไร

มักเกิดจาก VPN ยังไม่ต่อ รหัสผ่านที่บันทึกไว้ผิด Wi-Fi ต้องล็อกอินหน้าเว็บก่อน หรือแพสหมดอายุ ให้แก้การเชื่อมต่อ VPN แล้วเน็ตจะกลับมา

ใช้แค่ที่บ้านจำเป็นต้องเปิดไหม

มักไม่จำเป็น ตัวเลือกนี้มีประโยชน์มากเมื่อคุณย้ายเครือข่ายบ่อยหรือใช้ Wi-Fi สาธารณะ ส่วนที่บ้านซึ่งเครือข่ายเสถียรและไว้ใจได้ ประโยชน์เพิ่มมีน้อยแต่โอกาสเน็ตหลุดโดยไม่ตั้งใจมีมากกว่า

เกี่ยวกับผู้เขียน

Bob Kanokphon Thongdee ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN

Bob Kanokphon Thongdee

  • ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN
  • ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
  • ประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี
  • ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel

ต้องใช้ VPN ช่วงเดินทางหรือช่วงงานยุ่ง?

XPASS ขายแพ็กเกจแบบเติมเงินตามจำนวนวัน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ

ดูแพ็กเกจ

อ่านต่อ

ความปลอดภัยของ VPN

VPN Kill Switch คืออะไร

Kill switch ช่วยไม่ให้อุปกรณ์ของคุณใช้การเชื่อมต่อที่ไม่มีการป้องกันอย่างเงียบ ๆ เมื่อ VPN หลุด บทความนี้อธิบายหลักการและวิธีตรวจสอบ

อ่าน 12 นาที

คู่มือตามอุปกรณ์

วิธีตั้งค่า VPN บน Android

ทีละขั้นตอน: ติดตั้ง VPNclient จาก Google Play ล็อกอินด้วยข้อมูลจาก My Pass กดตกลงคำขอเชื่อมต่อของ Android แล้วเชื่อมต่อ

อ่าน 6 นาที

แก้ปัญหา

วิธีแก้ปัญหา VPN บน Android

ไล่แก้ปัญหา VPN บน Android ที่พบบ่อยตามลำดับ ตั้งแต่พาสหมดอายุ การตั้งค่าแบตเตอรี่ always-on VPN ไปจนถึงเครือข่าย

อ่าน 5 นาที

ความปลอดภัยของ VPN

วิธีใช้ Wi-Fi สาธารณะให้ปลอดภัยขึ้น

Wi-Fi สาธารณะไม่ใช่หายนะ แต่เป็นเครือข่ายที่คุณควบคุมไม่ได้ นี่คือความเสี่ยงจริง นิสัยที่สำคัญที่สุด และบทบาทของ VPN

อ่าน 8 นาที

ความปลอดภัยของ VPN

Private DNS ของ Android ทำงานร่วมกับ VPN อย่างไร

Private DNS ของ Android กับ VPN ต่างก็ยุ่งกับการค้นหาชื่อเว็บไซต์ บทความนี้บอกว่าตัวไหนทำงานก่อน ใครเห็นอะไร และแก้อย่างไรเมื่อเปิดสองอย่างพร้อมกันแล้วเว็บไม่ขึ้น

อ่าน 10 นาที