ใช้ VPN ระหว่าง Roaming มีผลต่อค่าเน็ตไหม
การใช้ VPN ขณะโรมมิงด้วยซิมไทยไม่ได้ทำให้ค่าเน็ตถูกลงและเพิ่มส่วนเกินเล็กน้อย บทความนี้อธิบายเรื่อง data ความเร็วและแบตเตอรี่ พร้อมเช็กลิสต์
อ่าน 9 นาทีอัปเดตเมื่อ 15 ต.ค. 2569โดย XPASS Editorial Team

โรมมิงคือช่วงที่มือถือของคุณออกจากเครือข่ายบ้านและยืมเครือข่ายอื่นใช้ ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่หลายคนเริ่มสงสัยเรื่อง VPN ว่า VPN จะทำให้บิลสูงขึ้นไหม จะทำให้สัญญาณช้าลงไหม และจะยังทำงานต่อเมื่อมือถือกระโดดจากเสาหนึ่งไปอีกเสาหนึ่งในต่างประเทศหรือเปล่า คำตอบสั้น ๆ คือ VPN ไม่เปลี่ยนราคาต่อเมกะไบต์ของผู้ให้บริการ เพิ่มส่วนเกินเล็กน้อย และโดยมากจะเชื่อมต่อใหม่เอง แม้ไม่ได้ทันทีเสมอไป
บทความนี้เริ่มจากสถานการณ์โรมมิง แล้วไล่ดูว่าอะไรเปลี่ยนไปเมื่อมี VPN ทำงานซ้อนอยู่ ให้ความสำคัญกับการนับ data ความเร็วและความหน่วง แบตเตอรี่ และนิสัยที่ช่วยให้ทริปไม่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ ไม่ลงลึกเรื่องการซื้อซิมท้องถิ่นซึ่งเป็นอีกหัวข้อหนึ่ง และไม่สัญญาตัวเลขความเร็วที่ขึ้นกับเครือข่ายซึ่งไม่มีใครทำนายได้ หากกำลังเปรียบเทียบบริการสำหรับการเดินทาง ลองอ่านคู่กับ การเลือก VPN สำหรับการเดินทาง
โรมมิงคืออะไรกันแน่
เมื่อคุณโรมมิง มือถือจะลงทะเบียนกับเครือข่ายที่ไปเยือนแทนเครือข่ายบ้าน ผู้ให้บริการที่ไทยมีข้อตกลงกับผู้ให้บริการต่างประเทศรายนั้น และการใช้งานของคุณถูกเรียกเก็บกลับมาตามข้อตกลง มีสองประเด็นที่ตามมา
ประเด็นแรก การคิดเงินอิงตามปริมาณ data หรือแพ็กเกจรายวันตามที่คุณใช้อยู่ มือถือไม่สนว่าแอปใดสร้างทราฟฟิก วิดีโอคอล ไทล์แผนที่ การอัปเดตซอฟต์แวร์ หรือข้อความรักษาการเชื่อมต่อของ VPN ล้วนเป็นแค่ไบต์ในมาตรวัดเดียวกัน
ประเด็นที่สอง ข้อตกลงโรมมิงจำนวนมากส่งทราฟฟิกของคุณย้อนกลับไปผ่านแกนเครือข่ายของผู้ให้บริการที่บ้านก่อนจะออกอินเทอร์เน็ตกว้าง เรียกกันว่าโรมมิงแบบ home-routed วิธีนี้ทำให้บริการอย่างวอยซ์เมลและแพ็กเกจเน็ตของคุณทำงานเหมือนปกติ แต่ก็หมายความว่าคำขอไปยังเว็บไซต์ใกล้ ๆ อาจต้องเดินทางไกลก่อน นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่โรมมิงรู้สึกช้าทั้งที่ขีดสัญญาณเต็ม
เมื่อเข้าใจสองประเด็นนี้ ก็จะเห็นว่า VPN ไม่ใช่ช่องทางแยกต่างหาก มันวิ่งบนลิงก์โรมมิงเดียวกันและอยู่ภายใต้มาตรวัดเดียวกัน

ทราฟฟิกของ VPN ถูกนับอย่างไร
VPN นำข้อมูลที่แอปจะส่งตามปกติมาห่อด้วยการเข้ารหัส แล้วส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN ผ่านการเชื่อมต่อของคุณ ในสายตาของผู้ให้บริการ คุณกำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกับที่อยู่เดียว คือเซิร์ฟเวอร์ VPN ผู้ให้บริการคิดเงินตามไบต์ที่วิ่งผ่านคลื่นวิทยุ ซึ่งรวมส่วนห่อหุ้มนั้นด้วย
ผลโดยตรงต่อบิลโรมมิงมีสามข้อ
- ไม่ช่วยประหยัด VPN ไม่ได้บีบอัดหรือลดทราฟฟิกเป็นฟีเจอร์ที่พึ่งได้ อย่าคาดว่าบิลจะลด
- มีส่วนเกินเล็กน้อย แต่ละแพ็กเก็ตมีไบต์ส่วนหัวเพิ่ม และอุโมงค์แลกเปลี่ยนข้อความควบคุมกับข้อความรักษาการเชื่อมต่อบ้าง สำหรับการท่องเว็บทั่วไป ปริมาณที่เพิ่มมักอยู่ในหลักไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แม้จะแปรผันตามโปรโตคอลและชนิดทราฟฟิก อ่านคำอธิบายยาวขึ้นได้ที่ VPN ใช้ data เพิ่มหรือไม่
- ปลายทางที่เห็นถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว ถ้าเปิดหน้าจอสถิติ data ของมือถือ ตัวเลขรายแอปยังถูกต้อง เพราะมือถือนับแยกตามแอป ส่วนบิลละเอียดของผู้ให้บริการแสดงเพียงปริมาณรวม ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
หลายคนประเมินผลของ VPN จากชั่วโมงแรกของการใช้งาน วิธีที่เชื่อถือได้กว่าคือเทียบวันทั่วไปที่เปิดกับไม่เปิด โดยดูจากตัวนับ data ในเครื่อง
ความเร็วหายไปไหน
ความเร็วขณะโรมมิงขึ้นกับสามส่วนที่ซ้อนกัน คือลิงก์วิทยุ เส้นทางของผู้ให้บริการ และเส้นทาง VPN
- ลิงก์วิทยุ ความแรงและรุ่นของสัญญาณ เช่น 4G หรือ 5G และความหนาแน่นของผู้ใช้ที่เสา สถานที่แออัดทำให้ทุกคนช้าลง
- เส้นทางของผู้ให้บริการ แบบ home-routed ทราฟฟิกวิ่งกลับเครือข่ายบ้านก่อน เพิ่มความหน่วง ส่วนแบบ local breakout ที่ข้อตกลงบางแบบใช้ ทราฟฟิกออกสู่อินเทอร์เน็ตในประเทศที่ไปเยือนเลย จึงเร็วกว่า
- เส้นทาง VPN จุดแวะเพิ่มที่เซิร์ฟเวอร์ VPN บวกระยะทางไปถึงมัน ยิ่งเซิร์ฟเวอร์อยู่ไกลก็ยิ่งหน่วงมาก และรู้สึกได้ชัดที่สุดในสายสนทนา เกม และงานที่ต้องโต้ตอบ
ความหน่วง (latency) คือเวลาที่ข้อความใช้เดินทาง ซึ่งต่างจากแบนด์วิดท์ การเชื่อมต่อหนึ่งอาจมีแบนด์วิดท์ดีแต่ยังอืดเพราะความหน่วงสูง คำอธิบายเรื่อง latency ของ Cloudflare เป็นแหล่งอ้างอิงสั้น ๆ ที่ดี ส่วนสาเหตุอื่นที่ VPN ทำให้ความเร็วเปลี่ยน อ่านต่อที่ ทำไมความเร็วเน็ตเปลี่ยนเมื่อใช้ VPN
วิธีง่าย ๆ ในการแยกสาเหตุคือทดสอบสามสถานะ ปิด VPN เปิด VPN แล้วเลือกตำแหน่งใกล้ และเปิด VPN แล้วเลือกตำแหน่งไกล ถ้าสถานะแรกช้าอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ลิงก์โรมมิง ไม่ใช่ VPN ถ้าช้าเฉพาะสถานะที่สาม ให้เลือกตำแหน่งที่ใกล้กว่า
เปรียบเทียบสถานการณ์โรมมิงโดยย่อ
| สถานการณ์ | ผลต่อ data | ผลต่อความเร็ว | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|---|
| ซิมไทยพร้อมแพ็กโรมมิงรายวัน | ทราฟฟิก VPN นับรวมในแพ็ก | เส้นทาง home-routed เพิ่มความหน่วง | ใช้ VPN กับงานสำคัญ และเช็กโควตาของแพ็ก |
| ซิมไทยโรมมิงแบบจ่ายตามใช้ | ทุกไบต์ที่เพิ่มถูกคิดเงิน | เช่นเดียวกับด้านบน | ปิด VPN เมื่อท่องเว็บเบา ๆ และปิดอัปเดตอัตโนมัติ |
| ซิมหรือแพ็กเกจเน็ตท้องถิ่น | นับตามแพ็กเกจนั้น | มักเร็วกว่า อาจเป็น local breakout | ใช้ VPN ตามต้องการ และดูขนาดแพ็ก |
| Wi-Fi โรงแรมหรือร้านกาแฟ | ไม่นับในแพ็กโรมมิง | ขึ้นกับสถานที่ | ใช้ VPN ตรงนี้มากกว่าบนเน็ตมือถือ |
| Wi-Fi calling ผ่าน VPN | ใช้ data เล็กน้อย | คุณภาพเสียงขึ้นกับความหน่วง | ลองโทรสั้น ๆ ก่อนพึ่งพา |
สถานการณ์โรมมิงที่เจอบ่อย
นักเดินทางธุรกิจที่ใช้แพ็กโรมมิงรายวัน บริษัทของพิมจ่ายค่าแพ็กรายวันที่ให้ data ความเร็วสูงตามปริมาณหนึ่ง เธอใช้ VPN กับอีเมลและระบบไฟล์ของบริษัท พอถึงวันที่สามพบว่าแพ็กหมดเร็วกว่าที่คิดราวหนึ่งชั่วโมง สาเหตุไม่ได้มาจาก VPN เพียงอย่างเดียว การนำทางด้วยแผนที่และวิดีโอคอลใช้ไปมากที่สุด เธอจึงปิดการรีเฟรชแอปเบื้องหลัง ส่งรูปผ่าน Wi-Fi โรงแรม และเปิด VPN เฉพาะแอปทำงาน หลังจากนั้นแพ็กอยู่ได้ทั้งวัน
นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่เก็บซิมไทยไว้ ภูมิเก็บเบอร์ไทยไว้รับรหัส OTP ทาง SMS แต่ใช้ Wi-Fi หอพักเป็นหลักสำหรับ data เขาปิดการโรมมิงข้อมูลทั้งหมดเพื่อกันค่าใช้จ่ายโดยไม่ตั้งใจ และเปิด VPN เฉพาะตอนต่อ Wi-Fi เมื่อธนาคารต้องการให้ใช้เน็ตมือถือ เขาเปิดโรมมิงข้อมูลสั้น ๆ สองสามนาทีแล้วตรวจปริมาณที่ใช้
ข้ามพรมแดนด้วยรถไฟ มือถือของลูกน้ำสลับผู้ให้บริการกลางทาง การเชื่อมต่อ VPN หลุดไปไม่กี่วินาทีทุกครั้งแล้วกลับมาเอง เธอสังเกตว่าพอดแคสต์ที่ดาวน์โหลดอยู่หยุดชั่วคราว จึงเรียนรู้ว่าหลังข้ามพรมแดนควรเปิดแอปดูว่าเชื่อมต่อใหม่แล้วหรือยัง แทนที่จะคิดว่าทุกอย่างต่อเนื่อง ตัวเลือก always-on ของมือถือ ถ้ามี ช่วยให้การเชื่อมต่อใหม่ราบรื่นขึ้น ดูคู่มือ การเชื่อมต่อใหม่เมื่อ VPN หลุด
ครอบครัวขับรถเที่ยวในพื้นที่สัญญาณอ่อน สัญญาณสลับระหว่างหนึ่งขีดกับไม่มี เมื่อมี VPN ซ้อน หน้าเล็ก ๆ ที่ปกติโหลดในหนึ่งวินาทีใช้เวลาหลายวินาที ครอบครัวเลือกปิด VPN ตอนดูแผนที่และสภาพอากาศซึ่งไม่มีข้อมูลส่วนตัว แล้วเปิดเฉพาะตอนล็อกอินเว็บจองที่พัก
แบตเตอรี่และความร้อน
VPN เพิ่มงานให้มือถือ คือการเข้ารหัสและถอดรหัสทุกแพ็กเก็ต และการรักษาการเชื่อมต่อต่อเนื่อง บนสัญญาณดี ต้นทุนแบตที่เพิ่มไม่มากนัก แต่บนสัญญาณอ่อน มือถือเร่งกำลังวิทยุเพื่อรักษาลิงก์อยู่แล้ว และการลองใหม่ของ VPN ก็เพิ่มภาระ คุณอาจสังเกตว่าเครื่องร้อนกว่าปกติเมื่ออยู่ในกระเป๋าหรือบนแผงหน้ารถ
สิ่งที่ทำได้จริง:
- ลดความสว่างหน้าจอและปิดแอปที่ไม่ใช้ แทนที่จะโทษ VPN ก่อน
- เปิดโหมดประหยัดพลังงานถ้าคาดว่าจะอยู่ห่างที่ชาร์จทั้งวัน
- พกสายชาร์จและพาวเวอร์แบงก์
- ถ้าแบตลดเร็วขึ้นชัดเจนเฉพาะเมื่อเปิด VPN ให้ทดสอบอีกครั้งโดยเลือกตำแหน่งที่ใกล้ที่สุด บทความเรื่องแบตเตอรี่ อธิบายลึกกว่านี้

ผู้ให้บริการเครือข่ายยังเห็นอะไรได้บ้าง
โรมมิงไม่เปลี่ยนสิ่งที่ผู้ให้บริการสังเกตได้ แต่ควรพูดให้ชัด ถ้าไม่มี VPN ผู้ให้บริการที่บ้านและที่ไปเยือนโดยทั่วไปเห็นข้อมูลการเชื่อมต่อ เช่น โดเมนที่คุณติดต่อ เวลา และปริมาณข้อมูลที่ผ่าน เมื่อมี VPN พวกเขาเห็นการเชื่อมต่อเข้ารหัสไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN แทน และไม่เห็นเนื้อหาหรือเว็บไซต์แต่ละแห่งภายในอุโมงค์
นี่ไม่ได้ทำให้คุณนิรนาม ซิมของคุณผูกกับตัวตน และแอปที่ล็อกอินก็ยังรู้ว่าคุณคือใคร แต่ก็หมายความว่าปลายทางที่คุณท่องเว็บจะถูกมองเห็นได้ยากขึ้นจากเครือข่ายที่คุณยืมใช้ขณะอยู่ต่างประเทศ
เช็กลิสต์ก่อนเดินทางสำหรับการใช้ VPN ขณะโรมมิง
- อ่านเงื่อนไขโรมมิง หาวงเงินรายวัน จุดที่ความเร็วถูกลด และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อถึงขีดจำกัด
- ติดตั้งและทดสอบ VPN ที่บ้าน ถ้าใช้ XPASS ให้ลงชื่อเข้าใช้แอป VPNclient ที่ใช้ฟรีด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่แสดงในหน้า My Pass ตามคำแนะนำใน หน้าดาวน์โหลด และตรวจว่าเชื่อมต่อผ่านเน็ตมือถือได้ก่อนออกเดินทาง
- ปิดการอัปเดตอัตโนมัติและการสำรองคลาวด์ เมื่อใช้เน็ตมือถือ
- ดูตัวนับ data ในเครื่อง ตอนเริ่มทริปแล้วรีเซ็ต เพื่อเห็นการใช้จริง
- ตัดสินใจว่าจะเปิด VPN เมื่อไร กฎง่าย ๆ คือเปิดเสมอบน Wi-Fi ที่แชร์และเมื่อใช้ธนาคารหรือทำงาน ส่วนงานเบา ๆ บนเน็ตมือถือของตัวเองเปิดหรือไม่ก็ได้
- มีแผนสำรอง ถ้า VPN เชื่อมต่อไม่ได้บนลิงก์โรมมิงที่อ่อน ลองใช้ Wi-Fi เปลี่ยนตำแหน่ง หรือรีสตาร์ตแอป คู่มือ VPN เชื่อมต่อไม่ได้ มีรายการขั้นตอน
- วางแผนสำหรับขากลับ ปิดโรมมิงและตรวจปริมาณที่ใช้ก่อนลงจอด จะได้ไม่ถูกคิดเงินจากกิจกรรมเบื้องหลังระหว่างทาง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คาดหวังให้ VPN ลดบิล ทำไม่ได้
- ปล่อยแอปที่กินแบนด์วิดท์ทำงานต่อ เช่นอัปโหลดวิดีโอหรือซิงก์คลาวด์ แล้วโทษ VPN ว่าใช้ data เร็ว
- เลือกตำแหน่งที่ไกลที่สุดโดยไม่มีเหตุผล เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ไกลเพิ่มความหน่วงที่รู้สึกได้ในการโทร
- ไม่สนใจคุณภาพสัญญาณ ถ้าขีดน้อย ให้ขยับที่ก่อนจะไปปรับตั้งค่า
- ลืมฟีเจอร์อย่าง Wi-Fi assist ที่แอบสลับเครือข่ายและทำให้อุโมงค์ขาดชั่วขณะ
- ใช้ลิงก์โรมมิงดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ ที่รอ Wi-Fi ที่ไว้ใจได้ก็ได้
- คิดว่ามือถือเชื่อมต่อใหม่แล้ว หลังข้ามพรมแดนหรือผ่านอุโมงค์ยาว ให้ตรวจสถานะ VPN
สรุป
VPN บนซิมโรมมิงไม่เปลี่ยนราคา data ทราฟฟิกทั้งหมดวิ่งผ่านลิงก์โรมมิงและนับบนมาตรวัดเดียวกัน บวกส่วนเกินเล็กน้อยจากการเข้ารหัส ความเร็วขึ้นกับสัญญาณวิทยุ เส้นทางของผู้ให้บริการ และระยะทางไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN ซึ่งแยกสาเหตุได้ด้วยการทดสอบสามสถานะ ใช้ VPN กับงานสำคัญและ Wi-Fi ที่แชร์ รักษาความคาดหวังที่สมจริงเรื่อง data กับแบต และตรวจว่ามันเชื่อมต่อใหม่หลังเครือข่ายเปลี่ยน
ถ้าพาสแบบเติมเงินระยะสั้นเหมาะกับทริปของคุณ ดูได้ที่ หน้าราคา ตามสะดวก
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ VPN ตอนโรมมิงทำให้ค่าบริการแพงขึ้นหรือถูกลง
VPN ไม่เปลี่ยนราคาต่อเมกะไบต์ที่ผู้ให้บริการคิด ข้อมูลของ VPN ทั้งหมดวิ่งผ่านการเชื่อมต่อโรมมิงเดียวกัน จึงถูกคิดเงินเหมือนข้อมูลโรมมิงทั่วไป บวกส่วนเกินเล็กน้อยจากการเข้ารหัส VPN จึงไม่ช่วยเลี่ยงหรือลดค่าโรมมิง
VPN ใช้ data เพิ่มเท่าไรบนซิมโรมมิง
โดยทั่วไปเพิ่มไม่กี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการท่องเว็บปกติ เพราะแต่ละแพ็กเก็ตมีส่วนห่อหุ้มเข้ารหัส การเชื่อมต่อใหม่เบื้องหลังและข้อความรักษาการเชื่อมต่อเพิ่มอีกเล็กน้อย วิดีโอ แผนที่ และการอัปเดตแอปยังกิน data มากกว่าตัว VPN มาก
ทำไมเน็ตช้าลงเมื่อเปิด VPN ตอนโรมมิง
ข้อมูลโรมมิงมักเดินทางอ้อมผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการที่บ้านหรือเครือข่ายพันธมิตร และ VPN เพิ่มอีกหนึ่งจุดแวะ ทำให้ความหน่วงสูงขึ้น การเลือกตำแหน่ง VPN ที่ใกล้กว่าและใช้สัญญาณที่แรงกว่ามักช่วยได้
ควรเปิด VPN ไว้ตลอดเวลาตอนโรมมิงไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป เปิดไว้เมื่อทำธุรกรรมธนาคาร ทำงาน และใช้ Wi-Fi ที่แชร์กับผู้อื่น สำหรับงานเบา ๆ บนเน็ตมือถือของตัวเอง คุณปิดเพื่อประหยัด data และแบตได้ ตราบที่เข้าใจว่าผู้ให้บริการเครือข่ายเห็นอะไรได้บ้าง
VPN ยังทำงานต่อไหมเมื่อมือถือสลับเครือข่ายในต่างประเทศ
โดยมากจะเชื่อมต่อใหม่เอง แต่อาจมีช่วงหยุดสั้น ๆ ตอนมือถือสลับระหว่าง Wi-Fi กับเน็ตมือถือ หรือระหว่างเสา ถ้าสายสนทนาหรือการดาวน์โหลดค้าง ให้สลับการเชื่อมต่อหนึ่งครั้งแล้วลองใหม่
แหล่งอ้างอิง
เกี่ยวกับผู้เขียน

Bob Kanokphon Thongdee
- ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN
- ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
- ประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี
- ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel
ต้องใช้ VPN ช่วงเดินทางหรือช่วงงานยุ่ง?
XPASS ขายแพ็กเกจแบบเติมเงินตามจำนวนวัน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ
ดูแพ็กเกจอ่านต่อ

พื้นฐาน VPN
เปิด VPN เปลืองเน็ตไหม?
VPN เพิ่มข้อมูลส่วนเกินเล็กน้อยให้ทุกอย่างที่คุณส่ง แต่เรื่องที่ทำให้เน็ตหมดเร็วผิดคาดมักมาจากที่อื่น นี่คือสิ่งที่ควรคาดหวังเมื่อใช้เน็ตมือถือและดู Streaming
อ่าน 9 นาที

พื้นฐาน VPN
ทำไมความเร็วอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนไปเมื่อใช้ VPN
การใช้ VPN เพิ่มระยะทาง การเข้ารหัส และอีกเครือข่ายหนึ่งในเส้นทาง ความเร็วจึงมักเปลี่ยนไป บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีวัดให้ถูก และสิ่งที่ลองทำเมื่อรู้สึกช้า
อ่าน 9 นาที

พื้นฐาน VPN
เปิด VPN กินแบตไหม?
VPN ต้องเข้ารหัสข้อมูลและคงการเชื่อมต่อไว้ จึงใช้แบตเตอรี่เพิ่มได้บ้าง บทความนี้อธิบายว่าอะไรทำให้กินแบต วิธีวัดผลบนมือถือของคุณเอง และวิธีลดการสิ้นเปลือง
อ่าน 9 นาที

คู่มือการเลือกซื้อ
เลือก VPN สำหรับเที่ยวต่างประเทศอย่างไร
VPN สำหรับเดินทางที่ดีขึ้นอยู่กับการวางแผนเป็นหลัก ทั้งอายุแพ็กเกจที่เหมาะ แอปที่ติดตั้งไว้ก่อนออกเดินทาง และความคาดหวังที่สมจริง บทความนี้พาเช็กทุกอย่างก่อนขึ้นเครื่อง
อ่าน 9 นาที

แก้ปัญหา
ใช้ VPN กับ 5G ความเร็วลดลงเพราะอะไร
5G เร็วก็จริง แต่ VPN บนมือถือหรือฮอตสปอตมีโอเวอร์เฮด เส้นทางที่ยาวขึ้น และไวต่อการเปลี่ยนสัญญาณ บทความนี้บอกว่าควรคาดหวังอะไรและทดสอบอย่างไร
อ่าน 9 นาที