ข้ามไปยังเนื้อหา

VPN ช่วยเรื่อง ISP Throttling ได้จริงไหม

VPN ซ่อนว่าคุณกำลังทำอะไรจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งบางกรณีทำให้ทราฟฟิกถูกปฏิบัติต่างไป บทความนี้สอนทดสอบเองและอ่านตัวเลขอย่างตรงไปตรงมา

อ่าน 9 นาทีอัปเดตเมื่อ 15 ต.ค. 2569โดย XPASS Editorial Team

VPN ช่วยเรื่อง ISP Throttling ได้จริงไหม

ภาพที่หลายคนคุ้นเคยคือ ตอนเที่ยงเทสต์ความเร็วออกมาดีมาก แต่พอสามทุ่มวิดีโอกลับกระตุกและภาพแตก คนจำนวนไม่น้อยเลยสงสัยว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตกำลังจงใจบีบความเร็วบางอย่างอยู่ และคำแนะนำยอดฮิตคือ "ลองเปิด VPN ดูสิ" บางครั้งมันเปลี่ยนผลได้จริง หลายครั้งไม่เปลี่ยนอะไรเลย และบางครั้งตัว VPN เองนั่นแหละที่เป็นจุดที่ช้าที่สุดในเส้นทาง

บทความนี้มองคำถามว่า "VPN กันลดความเร็วเน็ตได้ไหม" เป็นงานแก้ปัญหา ไม่ใช่คำโฆษณา คุณจะได้รู้ว่า throttling หมายถึงอะไรกันแน่ ทำไม VPN จึงมีผลได้เฉพาะบางกรณี ทดสอบก่อนและหลังเปิด VPN อย่างยุติธรรมอย่างไร อ่านตัวเลขอย่างไร และถ้าหลักฐานชี้ไปที่ผู้ให้บริการควรทำอะไรต่อ บทความนี้ไม่ได้สอนให้ละเมิดสัญญาหรือกฎหมายใด และไม่รับประกันความเร็วใดจากบริการใดทั้งสิ้น

Throttling คืออะไร และอะไรที่ไม่ใช่

Throttling คือการที่เครือข่ายจงใจจำกัดความเร็วของทราฟฟิกบางส่วน แต่คนมักใช้คำนี้ครอบคลุมสี่เรื่องที่ต่างกัน และการสับสนทำให้แก้ผิดจุด

  • ลดความเร็วเฉพาะประเภท (targeted throttling) ผู้ให้บริการบีบทราฟฟิกบางชนิด เช่น วิดีโอ Streaming ไฟล์ดาวน์โหลดขนาดใหญ่ หรือการโอนไฟล์แบบ peer-to-peer ในขณะที่ทราฟฟิกอื่นวิ่งเต็มความเร็ว กรณีนี้เป็นกรณีเดียวที่การซ่อนประเภททราฟฟิกอาจมีผล
  • จำกัดตามแพ็กเกจ เมื่อใช้ข้อมูลถึงปริมาณหนึ่งในเดือน ความเร็วจะลดลงสำหรับทุกอย่าง ซึ่งเขียนไว้เป็นเงื่อนไข fair use ในแพ็กเกจมือถือหลายแบบและบางแพ็กเกจบ้าน
  • คอขวดจากคนใช้พร้อมกัน (congestion) ช่วงเย็นมีคนในย่านเดียวกันใช้อุปกรณ์และเส้นทางต้นทางร่วมกัน ทุกคนจึงช้าลงเท่ากัน ไม่มีใครจงใจเล็งคุณ
  • ปัญหา Wi-Fi และอุปกรณ์ สัญญาณอ่อน เราเตอร์เก่า หรือคอมพิวเตอร์ที่กำลังทำงานหนัก อาจดูเหมือนปัญหาของผู้ให้บริการทุกประการ

VPN มีโอกาสมีผลเฉพาะแบบแรก ส่วนอีกสามแบบ ข้อจำกัดความเร็วใช้กับคุณไม่ว่าทราฟฟิกจะหน้าตาแบบไหน การห่อด้วยอุโมงค์จึงไม่ช่วย และส่วนหัวที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้แย่ลงเล็กน้อยด้วยซ้ำ

VPN เปลี่ยนสิ่งที่ ISP มองเห็นอย่างไร

เมื่อไม่ใช้ VPN ผู้ให้บริการเห็นที่อยู่ปลายทางที่คุณเชื่อมต่อ และสำหรับการค้นหาชื่อเว็บที่ไม่ได้เข้ารหัส ก็เห็นชื่อเว็บด้วย อุปกรณ์บนเส้นทางสามารถจัดทราฟฟิกเป็นหมวดหมู่จากร่องรอยเหล่านี้ รวมถึงรูปแบบอย่างขนาดแพ็กเก็ตและจังหวะเวลา การจัดหมวดหมู่นี้เองคือกลไกที่ใช้ลดความเร็วเฉพาะประเภท

เมื่อเปิด VPN ผู้ให้บริการจะเห็นเพียงการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN หนึ่งเส้น เว็บและบริการภายในอุโมงค์ไม่ปรากฏเป็นปลายทางแยกกันอีก หากอยากรู้ว่าอะไรยังมองเห็นได้บ้าง อ่านเพิ่มที่ ISP เห็นอะไรเมื่อคุณใช้ VPN

กลไกมีเท่านั้น VPN ไม่ได้เพิ่มแบนด์วิดท์ ไม่ได้ย้ายคุณไปแพ็กเกจที่เร็วกว่า และไม่ได้เปลี่ยนสายที่เข้าบ้าน มันแค่เอาป้ายกำกับที่กฎแบบเจาะจงต้องใช้ออกไป และมีข้อควรระวังสองข้อ

  1. ผู้ให้บริการอาจนับ "การเชื่อมต่อ VPN" เป็นหมวดหมู่หนึ่งเสียเอง เครือข่ายโรงเรียน ที่ทำงาน หรือโรงแรมบางแห่งจำกัดหรือบีบทราฟฟิกอุโมงค์ทั้งหมด ซึ่งกรณีนี้ VPN ทำให้แย่ลง
  2. แม้ป้ายกำกับถูกซ่อน รูปแบบของ Stream ข้อมูลปริมาณมากที่ไหลต่อเนื่องก็ยังอาจดูเหมือนวิดีโอสำหรับระบบจัดหมวดหมู่ที่ฉลาดพอ การซ่อนจึงไม่ใช่การรับประกัน

ทดสอบอย่างยุติธรรมได้ในเวลาหนึ่งเย็น

อย่าเชื่อการเทสต์ครั้งเดียว ผลแกว่งตามเซิร์ฟเวอร์ เวลา และโชค ใช้วิธีที่ควบคุมตัวแปรไว้

ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพแวดล้อม ทดสอบจากอุปกรณ์เครื่องเดียว ถ้าได้ให้ต่อสาย LAN หรืออยู่ใกล้เราเตอร์บนคลื่น 5 GHz ปิดแอปอื่น และหยุดการสำรองข้อมูลขึ้นคลาวด์

ขั้นที่ 2 เลือกการทดสอบสามแบบ

  • ทดสอบความเร็วทั่วไปไปยังเซิร์ฟเวอร์ทดสอบที่อยู่ใกล้
  • บริการเฉพาะที่คุณสงสัยว่าถูกบีบ เช่น ตัวชี้วัดคุณภาพของแพลตฟอร์มวิดีโอ หรือดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่จากเว็บเดียวกัน
  • การเปรียบเทียบกลางๆ เช่น ดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่จากเว็บอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

ขั้นที่ 3 ทดสอบตอนปิด VPN ทำแต่ละแบบสองรอบ จดความเร็วดาวน์โหลด อัปโหลด และค่า ping พร้อมช่วงเวลา

ขั้นที่ 4 ทดสอบตอนเปิด VPN เลือกตำแหน่งที่อยู่ใกล้คุณทางภูมิศาสตร์ เพราะระยะทางเพิ่มความหน่วง ทำทั้งสามแบบซ้ำสองรอบติดกัน

ขั้นที่ 5 ทำซ้ำสามวันต่างกัน รวมหนึ่งเย็นช่วงคนใช้เยอะ (ราว 19:00 ถึง 23:00 ของบ้านส่วนใหญ่) และอีกหนึ่งช่วงที่คนน้อย เช่น สายๆ ของวันธรรมดา

ขั้นที่ 6 จดลงตาราง ตารางทำให้เห็นรูปแบบ

การทดสอบ ปิด VPN ช่วงคนเยอะ เปิด VPN ช่วงคนเยอะ ปิด VPN ช่วงคนน้อย เปิด VPN ช่วงคนน้อย
ทดสอบความเร็วทั่วไป จดค่า จดค่า จดค่า จดค่า
บริการที่สงสัย จดค่า จดค่า จดค่า จดค่า
ดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่แบบกลาง จดค่า จดค่า จดค่า จดค่า

คุณจะมีข้อมูลสิบสองจุดต่อวันแทนการเดาหนึ่งครั้ง ส่วนถัดไปบอกวิธีอ่าน

อ่านผลอย่างไร

มองหารูปแบบ ไม่ใช่ตัวเลขเดี่ยวๆ การเทสต์ที่มีสัญญาณรบกวนอาจแกว่งได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีใครทำอะไร

รูปแบบที่เห็น สาเหตุที่น่าจะเป็น สิ่งที่ควรทำ
บริการที่สงสัยช้าตอนปิด VPN แต่ปกติตอนเปิด ขณะที่ดาวน์โหลดกลางๆ ดีทั้งสองแบบ การบีบเฉพาะบริการนั้นเป็นไปได้ เก็บตารางไว้และสอบถามผู้ให้บริการ
ทุกอย่างช้าช่วงคนเยอะตอนปิด VPN แต่ปกติช่วงคนน้อย คอขวดบนเส้นทางที่ใช้ร่วมกัน สอบถามสภาพพื้นที่ เปลี่ยนแพ็กเกจหรือเปลี่ยนเวลาใช้
เปิด VPN ช้ากว่าทุกอย่างเล็กน้อย โอเวอร์เฮดของอุโมงค์และเส้นทางที่ยาวขึ้น ลองตำแหน่งที่ใกล้กว่า ดูคู่มือเรื่องความเร็ว
เปิด VPN ช้ามากและแกว่งมาก เส้นทาง VPN แออัด Wi-Fi อ่อน หรือปัญหาโปรโตคอล เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนเครือข่าย แล้วทดสอบใหม่
ทุกอย่างช้าในทุกเงื่อนไข ข้อจำกัดแพ็กเกจ ปัญหา Wi-Fi หรือสายมีปัญหา อ่านเงื่อนไขแพ็กเกจ ทดสอบผ่านสาย แล้วโทรหาฝ่ายบริการ
ความเร็วตกฮวบหลังใช้ข้อมูลถึงปริมาณหนึ่งในเดือน จำกัดตามแพ็กเกจ (fair use) อ่านสัญญา VPN ไม่ช่วย

ระวังแถวแรกเป็นพิเศษ หลักฐานจากเย็นเดียวไม่พอ ผลที่สอดคล้องกันตลอดสามวันทั้งช่วงคนเยอะและคนน้อยเป็นฐานที่แข็งแรงกว่ามาก แต่ถึงอย่างนั้นก็บอกได้แค่ว่าทราฟฟิกแบบที่มองเห็นถูกปฏิบัติต่างออกไป ไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร หรือสัญญาของคุณอนุญาตหรือไม่

กรณีที่ VPN ไม่ช่วย

รู้ไว้จะได้ไม่เสียแรง

  • โควตาข้อมูลและ fair use ผู้ให้บริการนับไบต์ที่ขอบเครือข่าย การเข้ารหัสไม่ทำให้จำนวนนั้นลดลง และอุโมงค์เพิ่มโอเวอร์เฮดอีกไม่กี่เปอร์เซ็นต์ คุณอาจถึงเกณฑ์เร็วขึ้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ ดู VPN ใช้ข้อมูลมากขึ้นไหม
  • คอขวดช่วงคนใช้เยอะ ถ้าเส้นทางร่วมของย่านเต็ม อุโมงค์ก็วิ่งบนเส้นทางที่เต็มเส้นเดียวกัน
  • สัญญาณ Wi-Fi อ่อน VPN ซ่อมคลื่นวิทยุไม่ได้ ทดสอบผ่านสายหรือขยับเข้าใกล้เราเตอร์
  • เครือข่ายที่จำกัดอุโมงค์ทั้งหมด เครือข่ายที่มีการจัดการบางแห่งทำเช่นนี้
  • เซิร์ฟเวอร์ปลายทางช้าเอง ถ้าเว็บหรือเซิร์ฟเวอร์เกมแออัด เทคนิคการเชื่อมต่อใดก็ช่วยไม่ได้
  • แพ็กเกจมือถือที่แยกความเร็วตามการใช้งาน บางแพ็กเกจกำหนดความเร็วต่างกันตามประเภทการใช้ ซึ่งเขียนอยู่ในแพ็กเกจ VPN ไม่ได้เปลี่ยนแพ็กเกจให้เป็นอีกแพ็กเกจหนึ่ง

สามสถานการณ์ในชีวิตจริง

นักศึกษาในหออพักรวม ภิมดูคลิปบรรยายผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอทุกเย็น และทุกคืนราวสามทุ่มภาพจะตกเหลือความละเอียดต่ำ เธอทดสอบตามวิธีข้างบนสามเย็น ตอนปิด VPN ตัวชี้วัดคุณภาพของแพลตฟอร์มต่ำ ขณะที่ดาวน์โหลดแบบกลางๆ เร็วดี ตอนเปิด VPN และเลือกตำแหน่งใกล้ๆ แพลตฟอร์มคงคุณภาพสูงกว่า เธอเก็บตารางส่งให้ฝ่ายบริการลูกค้า และได้คำตอบว่ามีการบริหารทราฟฟิกช่วงคนใช้เยอะบนแพ็กเกจของเธอ ตอนนี้เธอมีคำตอบที่บันทึกไว้ ตัดสินใจเรื่องเปลี่ยนแพ็กเกจได้ และใช้ VPN เมื่อต้องการเท่านั้น

ครอบครัวที่ใช้แพ็กเกจมือถือรายเดือน ทุกคนในบ้านคุณชานบ่นว่าเน็ตถูกบีบหลังวันที่ 20 ของทุกเดือน ผลเทสต์ช้าเท่ากันทั้งเปิดและปิด VPN กับทุกบริการ บันทึกแสดงว่าความเร็วตกฮวบเมื่อใช้ครบโควตา นี่คือการจำกัดตามแพ็กเกจ ทางที่ถูกคือเติมโควตา เปลี่ยนแพ็กเกจ หรือย้ายการดาวน์โหลดหนักไปทำบน Wi-Fi ที่บ้าน VPN ไม่ใช่คำตอบ และในกรณีนี้มีแต่จะเพิ่มโอเวอร์เฮด

คนทำงานรีโมตในร้านกาแฟ อรุณเข้าประชุมวิดีโอจากร้านกาแฟที่เน็ตช้าทุกเที่ยง เขาทดสอบตอนปิดและเปิด VPN ผลเหมือนกันคือแย่ทั้งคู่ และ ping แกว่งมากทั้งสองแบบ คอขวดคือเส้นเน็ตเส้นเดียวของร้าน เขาเลยปรับกิจวัตร ประชุมที่บ้านช่วงบ่าย ใช้ฮอตสปอตมือถือเมื่อเร่งด่วน และเก็บ VPN ไว้ใช้ตอนล็อกอินข้อมูลสำคัญบนเครือข่ายสาธารณะ ด้านนี้อ่านต่อที่ ทำไมความเร็วเปลี่ยนเมื่อเปิด VPN

ถ้าหลักฐานชี้ไปที่ผู้ให้บริการ

สมมติตารางของคุณชี้ชัดว่าบริการเดียวถูกบีบเมื่อไม่ใช้ VPN และปกติเมื่อใช้ ลำดับที่ใจเย็นที่สุดคือ

  1. ตรวจสัญญาและนโยบายการบริหารทราฟฟิกที่ผู้ให้บริการประกาศ หลายรายอธิบายเป็นภาษาธรรมดาว่าจัดการช่วงคนใช้เยอะอย่างไร
  2. ติดต่อฝ่ายบริการพร้อมตาราง ใส่วันที่ เวลา อุปกรณ์ ชนิดการทดสอบ และบริการที่ได้รับผลกระทบ ถามตรงๆ ว่า "แพ็กเกจของฉันมีการบริหารทราฟฟิกกับบริการนี้หรือไม่"
  3. ขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร
  4. ยกระดับเรื่องถ้าจำเป็น หลายประเทศมีหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมหรือผู้บริโภคที่รับเรื่องร้องเรียน ให้ใช้ช่องทางทางการ
  5. ตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ ถ้านโยบายนั้นรับไม่ได้ ให้เปรียบเทียบแพ็กเกจหรือผู้ให้บริการอื่นจากเงื่อนไขที่ประกาศ

ระหว่างนั้นการใช้ VPN เป็นทางเลือกของคุณ ขอให้ทราบว่าข้อกำหนดการใช้งานบางฉบับจำกัดการใช้บางแบบ และบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย อย่าฝ่าฝืนสัญญาหรือกฎหมายเพื่อให้ Stream ลื่นขึ้น

ทำให้ฝั่ง VPN ของการทดสอบยุติธรรม

คำตอบส่วนหนึ่งขึ้นกับว่า VPN ของคุณทำงานดีหรือไม่ เพราะเส้นทาง VPN ที่แย่ทำให้สายที่ดีดูเหมือนถูกบีบได้

  • เลือกตำแหน่งที่อยู่ใกล้ ทุกพันกิโลเมตรที่เพิ่มคือความหน่วงที่เพิ่ม ค่า latency ซึ่งอธิบายไว้ง่ายๆ ในบทความของ Cloudflare มีผลต่อความรู้สึกตอบสนองมากกว่าแบนด์วิดท์ล้วนๆ
  • เชื่อมต่อใหม่ ระหว่างรอบถ้าตัวเลขดูแปลก
  • ทดสอบผ่านสายก่อน แล้วค่อยทดสอบผ่าน Wi-Fi
  • ใช้ค่าเริ่มต้นของแอป เว้นแต่ฝ่ายสนับสนุนบอกให้ปรับ การปรับมั่วทำให้เปรียบเทียบผลไม่ได้
  • ตรวจว่าเชื่อมต่อจริง ก่อนทุกรอบที่เปิด VPN ถ้าไม่แน่ใจ ดู วิธีทดสอบ VPN
  • เปรียบเทียบแบบเดียวกัน เซิร์ฟเวอร์เดียวกัน เวลาเดียวกัน อุปกรณ์เดียวกัน

ถ้าตอนเปิด VPN ช้าไปหมด ให้ทำตามเช็กลิสต์ใน ทำไม VPN ช้า ก่อนสรุปว่าเป็นความผิดของผู้ให้บริการ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ทดสอบครั้งเดียวแล้วถือเป็นหลักฐาน
  • ทดสอบตอนปิด VPN ตอนเที่ยง แต่ทดสอบตอนเปิด VPN ตอนสามทุ่ม
  • เลือกตำแหน่ง VPN ที่ไกลมากแล้วโทษผู้ให้บริการเรื่องความหน่วง
  • ลืมว่าการสำรองข้อมูลขึ้นคลาวด์ การอัปเดตเกม และการซิงก์โทรศัพท์กินแบนด์วิดท์ระหว่างทดสอบ
  • ปนผลทดสอบ Wi-Fi กับผลทดสอบผ่านสาย
  • คิดว่าเว็บหนึ่งช้าเพราะผู้ให้บริการ ทั้งที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บนั้นแออัดเอง
  • มอง VPN เป็นตัวเร่งความเร็ว ทั้งที่เป็นเครื่องมือด้านความเป็นส่วนตัว และผลข้างเคียงบางครั้งคือทราฟฟิกที่ถูกติดป้ายดูมีป้ายน้อยลง

สรุป

VPN บางครั้งช่วยได้เมื่อเครือข่ายบีบทราฟฟิกบางประเภท เพราะมันซ่อนป้ายกำกับที่กฎนั้นอาศัย แต่มันเพิ่มความเร็วของแพ็กเกจไม่ได้ ยกเลิกโควตาไม่ได้ แก้คอขวดของย่านไม่ได้ ซ่อม Wi-Fi อ่อนไม่ได้ และอาจทำให้ช้าลงถ้าผู้ให้บริการจำกัดทราฟฟิกอุโมงค์ วิธีที่ซื่อตรงที่สุดคือทดสอบตอนปิดและเปิด VPN ทั้งช่วงคนเยอะและคนน้อยหลายวัน แล้วจดบันทึกไว้ ถ้าหลักฐานชี้ไปที่การปฏิบัติของผู้ให้บริการ ให้ใช้บันทึกนั้นคุยกับฝ่ายบริการและหน่วยงานกำกับดูแล

ถ้าอยากทดสอบด้วยแพ็กเกจแบบวันที่กำหนดแน่นอนแทนการสมัครรายเดือน ดูตัวเลือกได้ที่ หน้าราคา

คำถามที่พบบ่อย

VPN ช่วยกันไม่ให้ ISP ลดความเร็วเน็ตของเราได้ไหม

ไม่การันตี VPN ซ่อนเนื้อหาและปลายทางของทราฟฟิก ทำให้ผู้ให้บริการที่ลดความเร็วเฉพาะบางประเภทแยกแยะได้ยากขึ้น แต่ถ้าผู้ให้บริการจำกัดความเร็วทุกอย่างหรือจำกัดทราฟฟิกอุโมงค์ทั้งหมด คุณก็ยังช้าอยู่ดี ควรทดสอบทั้งสองแบบก่อนสรุป

รู้ได้อย่างไรว่า ISP ลดความเร็วเราอยู่

ทดสอบความเร็วชุดเดียวกันในเวลาเดียวกันทั้งตอนปิดและเปิด VPN ทำซ้ำอย่างน้อยสามวันแล้วเปรียบเทียบ ถ้าบริการเดียวช้าตอนปิด VPN แต่ปกติตอนเปิด แสดงว่าการลดความเร็วตามประเภททราฟฟิกเป็นไปได้ แต่ถ้าช้าเท่ากันทุกอย่าง สาเหตุมักเป็นคอขวดช่วงคนใช้เยอะหรือข้อจำกัดของแพ็กเกจ

ทำไมเปิด VPN แล้วช้ากว่าปิด

อุโมงค์ทำให้เส้นทางยาวขึ้น มีงานเข้ารหัสและมีส่วนหัวของแพ็กเก็ตเพิ่ม การช้าลงปานกลางเป็นเรื่องปกติ และไม่ได้แปลว่าผู้ให้บริการลดความเร็วคุณ

โควตาเน็ตเต็มแล้วช้า เหมือน throttling ไหม

ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน โควตาหรือ fair use เป็นเงื่อนไขของแพ็กเกจ มักบังคับกับทั้งบัญชีเมื่อใช้ถึงปริมาณที่กำหนด VPN ไม่ได้ลดปริมาณข้อมูลที่ถูกนับ และอาจไม่ช่วยให้ความเร็วหลังเกินโควตากลับมา

ถ้าสงสัยว่าถูกลดความเร็วควรทำอย่างไร

เก็บหลักฐานเป็นตารางพร้อมวันเวลา รายละเอียดแพ็กเกจ และบริการที่ได้รับผลกระทบ แล้วติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมผ่านช่องทางทางการ

เกี่ยวกับผู้เขียน

Bob Kanokphon Thongdee ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN

Bob Kanokphon Thongdee

  • ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN
  • ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
  • ประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี
  • ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel

ต้องใช้ VPN ช่วงเดินทางหรือช่วงงานยุ่ง?

XPASS ขายแพ็กเกจแบบเติมเงินตามจำนวนวัน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ

ดูแพ็กเกจ

อ่านต่อ

พื้นฐาน VPN

ทำไมความเร็วอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนไปเมื่อใช้ VPN

การใช้ VPN เพิ่มระยะทาง การเข้ารหัส และอีกเครือข่ายหนึ่งในเส้นทาง ความเร็วจึงมักเปลี่ยนไป บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีวัดให้ถูก และสิ่งที่ลองทำเมื่อรู้สึกช้า

อ่าน 9 นาที

คู่มือความเป็นส่วนตัว

เปิด VPN แล้วผู้ให้บริการเน็ต (ISP) ยังเห็นอะไรบ้าง?

เมื่อเปิด VPN ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะอ่านว่าคุณเข้าเว็บไหนไม่ได้อีก แต่ยังเห็นตัวการเชื่อมต่อ บทความนี้แจกแจงว่าอะไรยังมองเห็น อะไรหายไป และเรื่องการบีบความเร็วเกี่ยวข้องอย่างไร

อ่าน 9 นาที

ความปลอดภัยของ VPN

วิธีรีวิว VPN ด้วยตัวเอง เช็กลิสต์ทดสอบที่ทำตามได้

รีวิว VPN จำนวนมากเขียนเพื่อรับค่าคอมมิชชัน เช็กลิสต์นี้สอนวิธีทดสอบ VPN ใดก็ได้ด้วยตัวเอง สิ่งที่ตรวจได้ สิ่งที่ตรวจไม่ได้ และวิธีให้คะแนน

อ่าน 9 นาที

แก้ปัญหา

VPN ช้า เกิดจากอะไร และวิธีทำให้เร็วขึ้น

เช็กลิสต์ใช้งานได้จริงเมื่อ VPN ช้า วัดความเร็วก่อน ตัดปัญหาจากเครือข่ายของคุณเอง แล้วแก้ Wi-Fi แอปเบื้องหลัง การตั้งค่าเครื่อง และอาการวิดีโอกระตุกทีละขั้น

อ่าน 7 นาที

พื้นฐาน VPN

เปิด VPN เปลืองเน็ตไหม?

VPN เพิ่มข้อมูลส่วนเกินเล็กน้อยให้ทุกอย่างที่คุณส่ง แต่เรื่องที่ทำให้เน็ตหมดเร็วผิดคาดมักมาจากที่อื่น นี่คือสิ่งที่ควรคาดหวังเมื่อใช้เน็ตมือถือและดู Streaming

อ่าน 9 นาที