ติดตั้ง eSIM เที่ยวต่างประเทศก่อนขึ้นเครื่อง
ติดตั้ง eSIM ที่บ้านขณะมี Wi-Fi เสถียร ช่วยให้ไปถึงสนามบินแล้วไม่ต้องลุ้น บทความนี้พาทำทีละขั้น ตั้งแต่ติดตั้ง ตั้งค่าสาย โรมมิง จนถึงทดสอบ VPN
อ่าน 10 นาทีอัปเดตเมื่อ 18 ต.ค. 2569โดย XPASS Editorial Team

การติดตั้ง eSIM สำหรับเที่ยวต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายถ้าทำที่บ้าน มี Wi-Fi เสถียร และมีเวลาอ่านคำแนะนำ แต่จะยากขึ้นมากถ้าไปทำในห้องผู้โดยสารขาเข้า สัญญาณก็อ่อน แบตก็ใกล้หมด แถมมีคนต่อแถวรออยู่ข้างหลัง ข่าวดีคือเกือบทุกขั้นตอนทำเสร็จได้ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน
บทความนี้พาเตรียมตัวตั้งแต่ต้นจนจบสำหรับทั้ง iPhone และ Android ไล่ตั้งแต่สิ่งที่ต้องเช็กก่อน ความต่างระหว่างการติดตั้งกับการเปิดใช้งาน การสแกน QR เทียบกับกรอกเอง การตั้งชื่อสาย การเลือกสายที่ใช้เน็ต ไปจนถึงสิ่งที่ควรทำเมื่อลงเครื่อง รวมถึงการติดตั้งแอป VPN และทดสอบที่บ้านด้วย ชื่อเมนูในมือถือเปลี่ยนไปตามเวอร์ชันซอฟต์แวร์ ให้ใช้ข้อความในบทความเป็นแนวทาง แล้วดูชื่อจริงบนเครื่องของคุณประกอบ
ติดตั้งกับเปิดใช้งาน ต่างกันตรงไหน
คำสองคำนี้ทำให้คนสับสนบ่อยที่สุด การติดตั้ง คือการเพิ่มโปรไฟล์ eSIM ลงในมือถือ หลังจากนั้นจะมีสายใหม่ขึ้นมาในหน้าตั้งค่า ส่วน การเปิดใช้งาน คือการเปิดสายนั้นและเริ่มใช้เป็นเน็ตมือถือ ผู้ขายแต่ละรายจัดการเรื่องเวลาไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรอ่านคำแนะนำที่มากับคำสั่งซื้อทุกครั้ง
- บางแพ็กเกจเริ่มนับอายุการใช้งานตั้งแต่คุณติดตั้งโปรไฟล์
- บางแพ็กเกจเริ่มนับเมื่อ eSIM เชื่อมต่อเครือข่ายในประเทศปลายทางเป็นครั้งแรก
- บางแพ็กเกจให้เลือกวันเริ่มตั้งแต่ตอนซื้อ
ความต่างนี้เป็นตัวตัดสินว่าคุณควรติดตั้งล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ หรือรอไปติดตั้งในวันก่อนบิน ถ้าผู้ขายบอกว่านับวันตั้งแต่ติดตั้ง ให้ติดตั้งใกล้วันเดินทาง ถ้านับจากการเชื่อมต่อครั้งแรกที่ปลายทาง การติดตั้งที่บ้านไม่มีผลเสียอะไร เพียงแต่ต้องปิดสายนั้นไว้จนกว่าจะลงเครื่อง หากเงื่อนไขไม่ชัดเจน ให้ถามผู้ขายก่อนสแกนอะไรทั้งนั้น เพราะโปรไฟล์ที่ติดตั้งผิดพลาดหรือถูกลบไปแล้วมักติดตั้งซ้ำไม่ได้ ผู้ที่ต้องการอ่านเพิ่มเติม eSIMonline ซึ่งขาย eSIM สำหรับท่องเที่ยว มีคู่มือสั้น ๆ เรื่อง วิธีติดตั้ง eSIM และบทความเรื่อง การติดตั้งก่อนเดินทาง

ตรวจอะไรบ้างก่อนสแกน
ใช้เวลาไม่กี่นาทีตรวจให้ครบ จะกันปัญหาที่พบบ่อยที่สุดได้เกือบทั้งหมด
- มือถือรองรับ eSIM หรือไม่ iPhone รุ่นใหม่ ๆ และ Android หลายรุ่นรองรับ แต่ไม่ใช่ทุกรุ่นและไม่ใช่ทุกรุ่นที่ขายในแต่ละภูมิภาค บทความ เช็กว่ามือถือรองรับ eSIM หรือไม่ อธิบายวิธีตรวจทีละขั้น
- เครื่องล็อกกับผู้ให้บริการหรือไม่ เครื่องที่ล็อกกับผู้ให้บริการในไทยอาจปฏิเสธ eSIM ของต่างประเทศ ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามผู้ให้บริการของคุณ
- อัปเดตระบบแล้วหรือยัง อัปเดตเวอร์ชันล่าสุดก่อน โดยทำขณะต่อ Wi-Fi
- Wi-Fi เสถียรหรือไม่ โปรไฟล์ต้องดาวน์โหลดให้จบในครั้งเดียว อย่าติดตั้งระหว่างนั่งรถหรือเดินทาง
- มีอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อหรือไม่ ในอีเมลมักมี QR code หรือที่อยู่เซิร์ฟเวอร์พร้อมรหัสเปิดใช้งาน และขั้นตอนติดตั้ง
- แบตเตอรี่เกินครึ่งหรือไม่ การติดตั้งที่ขาดกลางคันสร้างความหงุดหงิดโดยไม่จำเป็น
ถ้าคุณไม่เคยใช้ eSIM มาก่อน ให้เริ่มจากทำความเข้าใจว่า eSIM คืออะไรในภาษาง่าย ๆ ก่อนลงมือ
ขั้นตอนติดตั้งบน iPhone
ชื่อเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชัน iOS แต่เส้นทางโดยทั่วไปคล้ายกัน
- เชื่อมต่อ Wi-Fi
- เปิดแอปตั้งค่า แล้วหาหัวข้อเกี่ยวกับมือถือหรือเซลลูลาร์
- เลือกตัวเลือกเพิ่ม eSIM หรือเพิ่มแพ็กเกจเซลลูลาร์
- เลือกใช้ QR code แล้วเล็งกล้องไปที่โค้ดจากคำสั่งซื้อของคุณ ถ้าผู้ขายให้ลิงก์ติดตั้งหรือวิธีติดตั้งผ่านแอปมาด้วย ให้ทำตามวิธีนั้นแทน
- เมื่อมีข้อความถาม ให้ยืนยันแพ็กเกจ แล้วรอจนดาวน์โหลดเสร็จ อย่าออกจากหน้าจอจนกว่าจะเสร็จ
- ตั้งชื่อสายใหม่ตามหัวข้อด้านล่าง แล้วเลือกว่าจะใช้สายนี้ทำอะไร
ถ้า QR code อยู่บนมือถือเครื่องเดียวกับที่กำลังติดตั้ง คุณจะสแกนตัวเองไม่ได้ ให้เปิดอีเมลคำสั่งซื้อบนแล็ปท็อปหรืออุปกรณ์อื่น หรือใช้วิธีกรอกเองตามหัวข้อถัดไป
ขั้นตอนติดตั้งบน Android
Android ต่างกันมากกว่าตามยี่ห้อ จึงอาจเห็นหน้าจอไม่ตรงกับที่เขียนไว้
- เชื่อมต่อ Wi-Fi
- เปิดแอปตั้งค่า แล้วหาหัวข้อเครือข่าย การเชื่อมต่อ หรือตัวจัดการซิม
- เลือกตัวเลือกเพิ่ม eSIM หรือเพิ่มแพ็กเกจมือถือ
- สแกน QR code มือถือหลายรุ่นจะมีข้อความทำนองว่า ดาวน์โหลดซิมแทน หรือข้อความใกล้เคียง
- รอให้ดาวน์โหลดและยืนยันเสร็จ
- ตั้งชื่อสาย แล้วเปิดหรือปิดตามที่ผู้ขายแนะนำ
มือถือ Samsung และ Pixel บางรุ่นแสดงหน้าจอต่างออกไป และบางรุ่นที่ขายตามภูมิภาคอาจซ่อนตัวเลือก eSIM ไว้ถ้าเครื่องไม่รองรับ หากหาตัวเลือกไม่เจอ ให้ตรวจสเปกของรุ่นที่ใช้ก่อนลองใหม่ คุณยังค้นรุ่นมือถือได้จาก รายชื่อมือถือที่รองรับ eSIM ของ eSIMonline
สแกน QR หรือกรอกข้อมูลเอง
| วิธี | ใช้เมื่อไร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| สแกน QR code | วิธีหลัก เมื่อเปิดโค้ดจากหน้าจออื่นหรือกระดาษได้ | อย่าสแกนโค้ดเดิมซ้ำ โค้ดส่วนใหญ่ใช้ได้ครั้งเดียว |
| กรอกข้อมูลเอง | มีมือถือเครื่องเดียว หรือกล้องอ่านโค้ดไม่ได้ | พิมพ์ที่อยู่หรือรหัสผิด ควรคัดลอกและวางถ้าผู้ขายอนุญาต |
| แอปหรือลิงก์ติดตั้งของผู้ขาย | ผู้ขายมีขั้นตอนติดตั้งผ่านแอป | ต้องเป็นลิงก์จากอีเมลคำสั่งซื้อของคุณเอง ไม่ใช่ข้อความที่ไม่ได้คาดคิด |
การกรอกเองคือการเลือกตัวเลือกใส่รายละเอียดด้วยตนเอง แล้วพิมพ์หรือวางที่อยู่เซิร์ฟเวอร์และรหัสเปิดใช้งานจากคำสั่งซื้อ ให้ระวังตัวอักษรที่หน้าตาคล้ายกัน เช่น เลขศูนย์กับตัวอักษร O ถ้าติดตั้งไม่สำเร็จสองครั้ง ให้หยุดแล้วติดต่อผู้ขาย ไม่ควรลองซ้ำหลายครั้ง
เรื่อง QR code โดยทั่วไป ควรใช้เฉพาะโค้ดจากอีเมลคำสั่งซื้อหรือหน้าบัญชีของผู้ขายที่คุณซื้อเองเท่านั้น อย่าสแกนโค้ดที่มีคนส่งมาให้โดยไม่ได้ขอ เหตุผลอธิบายไว้ในบทความ กลโกง QR code
ตั้งชื่อสาย และเลือกสายที่ใช้เน็ต
เมื่อติดตั้งเสร็จ คุณจะมีอย่างน้อยสองสาย คือซิมไทยที่ใช้ปกติ กับ eSIM สำหรับเที่ยว การตั้งชื่อให้ชัดเจนช่วยลดความผิดพลาดภายหลังได้มาก
- ตั้งชื่อสายไทยว่า "ซิมไทย" และสายเที่ยวว่า "เน็ตเที่ยว" หรือชื่อสั้น ๆ ทำนองนี้
- ใช้ชื่อสั้น เพราะชื่อจะไปปรากฏในเมนูและการแจ้งเตือน
จากนั้นกำหนดว่าแต่ละสายใช้ทำอะไร มือถือแบบสองซิมมักให้เลือกสายเริ่มต้นสำหรับเน็ตมือถือ และบางรุ่นให้เลือกสายเริ่มต้นสำหรับโทรกับส่งข้อความด้วย รูปแบบที่ใช้กันบ่อยสำหรับการเดินทางเป็นดังนี้
- เน็ตมือถือ ใช้ eSIM สำหรับเที่ยว
- โทรและ SMS ใช้ซิมไทย ถ้ายังต้องการรับสายและรหัสยืนยันต่าง ๆ
- เน็ตของซิมไทย ปิดไว้ เพื่อไม่ให้เครื่องแอบใช้โดยไม่รู้ตัว
มือถือบางรุ่นมีตัวเลือกให้สลับสายเน็ตอัตโนมัติเมื่อสายหนึ่งสัญญาณอ่อน ให้ปิดตัวเลือกนี้ไว้ ถ้ามันอาจย้ายคุณไปใช้สายไทยแล้วเกิดค่าโรมมิง ถ้าคุณพึ่งข้อความจากธนาคารไทย อ่านต่อได้ที่ เก็บเบอร์ไทยรับ OTP ขณะใช้ eSIM นอกจากนี้ eSIMonline ยังมีคำอธิบายเรื่อง การตั้งค่าสองซิม พร้อมภาพประกอบ
โรมมิงข้อมูล เปิดให้ eSIM และระวังสายไทย
การตั้งค่านี้เป็นเรื่องที่หลายคนไม่คาดคิด eSIM สำหรับเที่ยวจำนวนมากเชื่อมผ่านเครือข่ายพันธมิตรในประเทศปลายทาง ซึ่งในสายตาของมือถือแล้วถือเป็นการโรมมิง จึงมักต้อง เปิดสวิตช์โรมมิงข้อมูลของสาย eSIM ตามที่คำแนะนำของผู้ขายระบุไว้
ความเสี่ยงคือการไปเปิดโรมมิงผิดสาย มือถือส่วนใหญ่ตั้งค่าโรมมิงแยกตามสาย ดังนั้นให้ตรวจว่าคุณอยู่ในหน้าตั้งค่าของ eSIM ไม่ใช่ซิมไทย ลำดับที่ปลอดภัยคือ
- เปิดหน้าตั้งค่าของสาย eSIM เที่ยว แล้วเปิดโรมมิงข้อมูล
- เปิดหน้าตั้งค่าของสายไทย แล้วปิดโรมมิงข้อมูล และปิดเน็ตมือถือของสายนั้น
- เปิดหน้าการใช้เน็ตมือถือ และยืนยันว่าเลือกสายที่ถูกต้องเป็นสายเน็ต
อย่าลืมว่าสายเที่ยวอาจยังปิดอยู่จนกว่าจะลงเครื่อง ทำให้คุณยืนยันเรื่องโรมมิงได้จริงหลังถึงปลายทางเท่านั้น แต่ก็ไม่ควรให้เรื่องนี้ขัดขวางการเตรียมตัวล่วงหน้า เงื่อนไขโรมมิงของผู้ให้บริการไทยอาจแตกต่างกัน ควรตรวจค่าโทรและ SMS ก่อนออกเดินทาง คำอธิบายละเอียดเรื่องสวิตช์โรมมิงอ่านได้ที่คู่มือ เปิดและปิดโรมมิงข้อมูล ของ eSIMonline
ติดตั้งแอป VPN แล้วทดสอบที่บ้าน
VPN ควรอยู่ในรายการเตรียมตัวก่อนบิน เหตุผลง่ายมาก ร้านค้าแอป หน้าล็อกอิน และอีเมลยืนยันต่าง ๆ ช้าลงและพึ่งพาไม่ได้เท่าเดิมเมื่ออยู่บนเครือข่ายใหม่ในประเทศใหม่ และบางครั้งคุณอาจเจอหน้า Wi-Fi สนามบินที่ให้ล็อกอินก่อนจะโหลดอะไรได้
ถ้าใช้ XPASS แอปที่ใช้คือ VPNclient ซึ่งเป็นแอปฟรี และคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านที่แสดงในหน้า My Pass ขั้นตอนอยู่ใน เริ่มต้นใช้งาน XPASS และมีคู่มือเฉพาะอุปกรณ์สำหรับ iPhone และ Android ด้วย การทดสอบที่บ้านทำได้ดังนี้
- ติดตั้งแอปขณะต่อ Wi-Fi แล้วลงชื่อเข้าใช้
- อนุญาตเมื่อระบบถามเรื่องการเพิ่มการเชื่อมต่อ VPN ข้อความอาจต่างกันตามเวอร์ชัน
- เชื่อมต่อ เปิดเว็บไซต์หนึ่งเว็บ แล้วดูว่าโหลดได้
- ตัดการเชื่อมต่อ และดูว่าการเล่นเน็ตกลับมาเป็นปกติ
พาสเริ่มนับอายุตั้งแต่สร้างบัญชี ไม่ใช่ตอนเชื่อมต่อครั้งแรก จึงควรซื้อใกล้วันเดินทาง แต่ให้เร็วพอที่จะทดสอบได้ ใครอยากอ่านเพิ่ม คู่มือการเชื่อมต่อ VPN บน Android เป็นแหล่งอ้างอิงที่เป็นกลาง และอย่าลืมว่า VPN ไม่ได้สร้างสัญญาณหรือเน็ตให้ มันปกป้องข้อมูลบนการเชื่อมต่อที่คุณมีอยู่แล้วเท่านั้น บทความเปรียบเทียบ eSIM กับ VPN อธิบายการแบ่งหน้าที่นี้ไว้ และคุณอ่านบทความของ eSIMonline เรื่อง การใช้ VPN ระหว่างเดินทาง ได้เช่นกัน

ตัวอย่างง่าย ๆ คืนก่อนบิน
น้ำฝนจะบินพรุ่งนี้ เธอเปิดอีเมลของผู้ขายบน Wi-Fi ที่บ้าน และเห็นว่าแพ็กเกจนับวันตั้งแต่เชื่อมต่อครั้งแรกที่ปลายทาง เธอเปิดตั้งค่า สแกน QR จากหน้าจอแล็ปท็อป รอจนติดตั้งเสร็จ แล้วตั้งชื่อสายใหม่ว่า "เน็ตเที่ยว" ตั้งให้เน็ตมือถือใช้สายเที่ยว ปิดสายนั้นไว้ก่อน และปิดเน็ตของซิมไทย เหลือแค่โทรกับ SMS จากนั้นเธอติดตั้งแอป VPN ลงชื่อเข้าใช้ ลองเชื่อมต่อหนึ่งครั้งเพื่อดูว่าใช้ได้ แล้วตัดการเชื่อมต่อ เธอแคปหน้าจออีเมลคำสั่งซื้อเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ และชาร์จมือถือให้เต็ม
พอถึงปลายทาง เธอปิดโหมดเครื่องบิน เปิดสายเที่ยวและโรมมิงข้อมูลของสายนั้น รอสักครู่ให้ชื่อเครือข่ายขึ้น แล้วเปิดแผนที่ ใช้งานได้ปกติ ก่อนต่อ Wi-Fi สนามบินเพื่อเช็กข้อความ เธอเปิด VPN ไว้ก่อน
เมื่อลงเครื่องแล้วควรทำอะไร
สิบนาทีแรกให้ทำแค่เรื่องง่าย ๆ
- ปิดโหมดเครื่องบิน หรือเปิดสายเที่ยวถ้าปิดไว้
- ยืนยันว่า eSIM เป็นสายที่ใช้เน็ต และสวิตช์โรมมิงของสายนั้นเปิดอยู่
- รอหนึ่งถึงสองนาทีให้ชื่อเครือข่ายขึ้นที่แถบสถานะ
- เปิดแผนที่หรือเว็บไซต์เพื่อดูว่าเน็ตใช้ได้
- เปิด VPN เมื่อใช้ Wi-Fi สาธารณะหรือ Wi-Fi โรงแรม หรือตอนทำธุรกรรมธนาคารและงาน
- ตรวจหน้าการใช้เน็ตตอนสายของวัน เพื่อดูว่าแพ็กเกจถูกใช้เร็วแค่ไหน
ถ้ามีอะไรไม่เป็นไปตามที่คิด ให้ไล่ตามลำดับในบทความ eSIM ติดตั้งแล้วแต่ไม่มีเน็ต ก่อนติดต่อผู้ขาย ส่วนการวางแผนปริมาณเน็ต eSIMonline อธิบายไว้ในเรื่อง ควรใช้เน็ตประมาณเท่าไร
ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง
- อย่าลบโปรไฟล์โดยไม่คิด การลบ eSIM อาจทำให้ใช้ไม่ได้อีก เพราะหลายโปรไฟล์ใช้ได้ครั้งเดียว
- อย่าสแกน QR เดียวกันบนมือถือสองเครื่อง โดยมากใช้ได้เพียงครั้งเดียว
- กฎเรื่องฮอตสปอตต่างกัน บางแพ็กเกจจำกัดหรือห้ามแชร์เน็ต ควรอ่านเงื่อนไข
- เครื่องที่ล็อกกับผู้ให้บริการอาจไม่รับโปรไฟล์ ตรวจให้แน่ใจก่อนซื้อ
- ค่าโรมมิงบนสายไทยมีจริง ตรวจเงื่อนไขของผู้ให้บริการ และปิดเน็ตของสายนั้น
- VPN แก้ปัญหาสัญญาณไม่ดีไม่ได้ ถ้า eSIM ไม่มีสัญญาณ VPN ก็ไม่มีอะไรให้ทำงานบนนั้น
- ปฏิบัติตามกฎท้องถิ่น กฎเรื่องเครือข่ายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ควรตรวจแนวทางทางการล่าสุดของประเทศที่จะไป
สรุป
ติดตั้ง eSIM ที่บ้านขณะมี Wi-Fi เสถียร ทำความเข้าใจว่าแพ็กเกจนับวันตั้งแต่ติดตั้งหรือตั้งแต่เชื่อมต่อครั้งแรก ตั้งชื่อสาย เลือก eSIM เป็นสายเน็ต เปิดโรมมิงข้อมูลให้ eSIM และปิดไว้สำหรับซิมไทย แล้วทดสอบ VPN ก่อนบิน เมื่อลงเครื่องให้ยืนยันสายเน็ต รอให้เครือข่ายขึ้น และเปิด VPN เมื่อใช้ Wi-Fi ที่ใช้ร่วมกับคนอื่น
ถ้าอยากลองพาสแบบเติมเงินระยะสั้นก่อนทริป คุณดูได้ที่ หน้าราคา ตามสะดวก
คำถามที่พบบ่อย
ควรติดตั้ง eSIM ที่บ้านหรือรอไปถึงปลายทางแล้วค่อยติดตั้ง
โดยทั่วไปควรติดตั้งที่บ้านตอนมี Wi-Fi เสถียร ก่อนบินหนึ่งถึงสองวัน การติดตั้งเป็นแค่การเพิ่มโปรไฟล์ลงในมือถือ ผู้ขายหลายรายเริ่มนับวันใช้งานตอนเชื่อมต่อครั้งแรกที่ปลายทางหรือวันที่ที่เลือกไว้ จึงควรอ่านเงื่อนไขของผู้ขายให้แน่ใจก่อน
การติดตั้งกับการเปิดใช้งาน eSIM ต่างกันอย่างไร
การติดตั้งคือการดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM ลงเครื่อง ส่วนการเปิดใช้งานคือการเปิดสายนั้นและใช้เป็นเน็ตมือถือ แพ็กเกจบางแบบนับวันตั้งแต่ติดตั้ง บางแบบนับตั้งแต่เชื่อมต่อครั้งแรกที่ปลายทาง จึงควรอ่านเงื่อนไขก่อนสแกน QR
ควรสแกน QR หรือกรอกข้อมูลเอง
สแกน QR สะดวกและผิดพลาดน้อยกว่า การกรอกที่อยู่เซิร์ฟเวอร์และรหัสเปิดใช้งานเองเป็นทางสำรองเมื่อสแกนไม่ได้ เช่น QR อยู่บนหน้าจอมือถือเครื่องเดียวกับที่กำลังติดตั้ง
ใส่ซิมไทยไว้ในเครื่องขณะใช้ eSIM เที่ยวได้ไหม
มือถือรุ่นที่รองรับสองซิมส่วนใหญ่ทำได้ รูปแบบที่พบบ่อยคือใช้ eSIM เป็นเน็ตมือถือ และเก็บซิมไทยไว้รับสายกับ SMS โดยปิดเน็ตของสายไทยเพื่อกันค่าบริการที่ไม่คาดคิด ควรตรวจเงื่อนไขโรมมิงกับผู้ให้บริการไทยของคุณด้วย
ทำไมต้องทดสอบ VPN ก่อนออกเดินทาง
ตอนไปถึงใหม่ ๆ ร้านค้าแอปและหน้าล็อกอินอาจโหลดช้า หรือถูกหน้าล็อกอิน Wi-Fi ของสนามบินขวางอยู่ การติดตั้งแอป ลงชื่อเข้าใช้ และลองเชื่อมต่อที่บ้านไว้ก่อน ทำให้ปลายทางเหลือแค่กดเปิด
แหล่งอ้างอิง
เกี่ยวกับผู้เขียน

Bob Kanokphon Thongdee
- ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN
- ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
- ประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี
- ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel
ต้องใช้ VPN ช่วงเดินทางหรือช่วงงานยุ่ง?
XPASS ขายแพ็กเกจแบบเติมเงินตามจำนวนวัน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ
ดูแพ็กเกจอ่านต่อ

คู่มือความเป็นส่วนตัว
eSIM ท่องเที่ยวกับ VPN ต่างกันอย่างไร
eSIM ท่องเที่ยวและ VPN มักถูกพูดถึงคู่กัน แต่อย่างหนึ่งให้สัญญาณ อีกอย่างปกป้องข้อมูลที่ส่งผ่านสัญญาณนั้น บทความนี้อธิบายหน้าที่ของแต่ละอย่าง
อ่าน 9 นาที

คู่มือตามอุปกรณ์
eSIM คืออะไร คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับคนเดินทางและคนใช้มือถือทั่วไป
eSIM แทนที่ซิมการ์ดพลาสติกด้วยโปรไฟล์ที่เก็บอยู่ในตัวเครื่อง บทความนี้อธิบายหลักการทำงาน EID โปรไฟล์ ใครควรเปลี่ยน และ VPN เข้ามาเกี่ยวตรงไหน
อ่าน 10 นาที

คู่มือตามอุปกรณ์
วิธีเช็กว่ามือถือของคุณรองรับ eSIM หรือไม่
ก่อนซื้อ eSIM เที่ยวต่างประเทศ ต้องเช็กว่ามือถือมีชิปและไม่ถูกล็อก นี่คือขั้นตอนเช็กบน iPhone และ Android และสิ่งที่ทำได้ถ้าคำตอบคือไม่รองรับ
อ่าน 9 นาที

คู่มือการเลือกซื้อ
เลือก VPN สำหรับเที่ยวต่างประเทศอย่างไร
VPN สำหรับเดินทางที่ดีขึ้นอยู่กับการวางแผนเป็นหลัก ทั้งอายุแพ็กเกจที่เหมาะ แอปที่ติดตั้งไว้ก่อนออกเดินทาง และความคาดหวังที่สมจริง บทความนี้พาเช็กทุกอย่างก่อนขึ้นเครื่อง
อ่าน 9 นาที

แก้ปัญหา
eSIM เที่ยวต่างประเทศไม่มีเน็ต แก้อย่างไร
eSIM ติดตั้งแล้วแต่ไม่มีเน็ต ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการตั้งค่า บทความนี้ไล่ตามลำดับตั้งแต่โรมมิง สายเน็ต เครือข่าย APN ไปจนถึง VPN
อ่าน 10 นาที