ข้ามไปยังเนื้อหา

ใช้ VPN แล้วจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมได้ถูกลงจริงไหม

หลายคนเชื่อว่าเปิด VPN แล้วจะได้ราคาตั๋วและโรงแรมถูกลง บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรจริง อะไรเป็นแค่เรื่องเล่า และ VPN ช่วยอะไรได้จริงระหว่างเดินทาง

อ่าน 12 นาทีอัปเดตเมื่อ 15 ต.ค. 2569โดย XPASS Editorial Team

ใช้ VPN แล้วจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมได้ถูกลงจริงไหม

เคล็ดลับการเดินทางที่แพร่ไวที่สุดข้อหนึ่งคือ "เปิด VPN แล้วสายการบินจะโชว์ตั๋วถูกกว่าให้" ฟังดูมีเหตุผล เพราะเว็บไซต์พอเดาได้ว่าคุณอยู่แถวไหน และราคาก็ไม่ได้เท่ากันทุกคนอยู่แล้ว ถ้าเปลี่ยนที่ตั้งก็น่าจะเปลี่ยนราคาได้ บางคนบอกว่าเคยได้ผล บางคนลองแล้วไม่เห็นอะไรต่างเลย

บทความนี้เป็นการเช็กความจริงอย่างใจเย็น เราจะอธิบายว่าทำไมราคาท่องเที่ยวถึงไม่เท่ากัน อะไรที่รู้แน่และอะไรที่ยังไม่แน่เกี่ยวกับราคาตามพื้นที่ ถ้าจองภายใต้ตลาดอื่นจะเกิดปัญหาอะไรได้บ้าง และมีวิธีธรรมดาที่เชื่อถือได้มากกว่าการเดาสุ่มอย่างไร รวมถึงจุดที่ VPN ช่วยได้จริงระหว่างเดินทาง คือการปกป้องการเชื่อมต่อตอนจองและจ่ายเงินผ่าน Wi-Fi สนามบินหรือโรงแรม บทความนี้ไม่ได้สัญญาว่าจะประหยัดเงินได้ และไม่ได้แนะนำให้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของผู้ขายแต่อย่างใด

ทำไมทริปเดียวกันถึงเห็นราคาไม่เท่ากัน

ก่อนจะโทษ IP address ลองดูก่อนว่าคนสองคนเห็นราคาตั๋วหรือห้องพักเดียวกันต่างกันได้ด้วยเหตุผลอะไรบ้าง ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งเลย

  • เวลาและความต้องการ ราคาตั๋วและห้องพักขยับตามจำนวนที่นั่งหรือห้องที่เหลือ วันในสัปดาห์ ระยะเวลาก่อนเดินทาง และสิ่งที่นักเดินทางคนอื่นกำลังจองอยู่ รีเฟรชหน้าเว็บหลังผ่านไปสิบนาที ตัวเลขอาจเปลี่ยนสำหรับทุกคน
  • เงื่อนไขตั๋วและประเภทตั๋ว ตั๋วราคาถูกอาจไม่รวมสัมภาระ การเลือกที่นั่ง หรือการเปลี่ยนวัน ราคาที่ดูต่ำกว่าอาจเป็นคนละผลิตภัณฑ์กัน
  • ตลาดที่ขาย (point of sale) ผู้ขายอาจแยกตลาดการขายหลายตลาด แต่ละตลาดมีสกุลเงิน ภาษี ค่าธรรมเนียม และโปรโมชันของตัวเอง ระบบมักเดาตลาดจากภาษา การตั้งค่าอุปกรณ์ ประเทศในบัญชี หรือตำแหน่งที่ดูเหมือนว่าคุณอยู่
  • สกุลเงินและค่าธรรมเนียมบัตร เงินจำนวนเท่ากันอาจออกมาไม่เท่ากันเมื่อรวมอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนต่างที่ผู้ขายบวกเพิ่มตอนแปลงสกุลเงิน และค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศของธนาคารผู้ออกบัตร
  • คุกกี้และสถานะการล็อกอิน การล็อกอินสมาชิกสะสมแต้มอาจปลดล็อกราคาสำหรับสมาชิก ประวัติการเข้าชมอาจมีผลต่อดีลที่ถูกเน้นให้เห็น แต่จะมีผลกับราคาจริงมากแค่ไหน คนทั่วไปตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้
  • ช่องทางและอุปกรณ์ แอป เว็บมือถือ และเว็บเดสก์ท็อปบางครั้งมีโปรโมชันต่างกัน ราคาจากเว็บเปรียบเทียบ ตัวแทนท่องเที่ยว และเว็บของผู้ให้บริการเองก็อาจไม่เท่ากัน
  • ภาษีและค่าธรรมเนียมท้องถิ่น บางราคารวมภาษีแล้ว บางราคาไปเพิ่มในขั้นตอนสุดท้าย การเอาราคา "เริ่มต้นที่" ไปเทียบกับราคาสุดท้ายเป็นกับดักคลาสสิก

VPN เปลี่ยนได้อย่างมากแค่ปัจจัยเดียวในรายการนี้ คือที่ตั้งที่เว็บไซต์เดาจาก IP address ของคุณ ส่วนปัจจัยอื่นยังเหมือนเดิมทั้งหมด นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่คงที่

หลักฐานว่าการเปลี่ยนที่ตั้งทำให้ราคาถูกลง มีแค่ไหน

คำตอบตรงไปตรงมาคือ หลักฐานยังผสมปนเป คุณจะเจอโพสต์ของคนที่บอกว่าจองถูกลงหลังเปลี่ยนที่ตั้ง และก็จะเจอคนที่ลองค้นหาเรื่องเดียวกันจากหลายที่แล้วเห็นราคาเท่ากันหมด เรื่องราวเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นประสบการณ์ส่วนตัว คือคนเดียว ค้นหาครั้งเดียว ช่วงเวลาเดียว โดยไม่ได้ควบคุมเรื่องเวลา สกุลเงิน หรือประเภทตั๋ว

เรื่องนี้สำคัญเพราะราคาท่องเที่ยวมีความผันผวนอยู่แล้ว ถ้าคุณเช็กราคา เปลี่ยนที่ตั้ง แล้วเช็กอีกครั้งหลังผ่านไปไม่กี่นาที ความต่างอาจมาจากที่ตั้งใหม่ หรืออาจมาจากการขยับตามปกติของราคาก็ได้ ถ้าไม่ได้ทดสอบซ้ำหลายรอบภายใต้เงื่อนไขเดียวกันอย่างรอบคอบ ก็แยกไม่ออกว่าเป็นเพราะอะไร

และมีเหตุผลหลายข้อที่ผลอาจเป็นศูนย์:

  • ผู้ขายจำนวนมากแสดงราคาเดียวกันกับทุกคนสำหรับสินค้าและวันเดียวกัน ต่างกันแค่สกุลเงิน
  • ผู้ขายอาจดูบัญชี ภาษา หรือประเทศของบัตรที่ใช้จ่ายมากกว่าดู IP address
  • ถ้าราคาต่างกันตามตลาดจริง ความต่างนั้นอาจหายไปเมื่อบวกภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าแปลงสกุลเงินเข้าไป

สรุปอย่างเป็นธรรมคือ เป็นไปได้ที่บางครั้งที่ตั้งที่ต่างออกไปจะแสดงราคาต่างกัน แต่ไม่ใช่วิธีที่เชื่อถือได้ ไม่มีใครรับประกันได้ และต้นทุนกับความเสี่ยงที่จะกล่าวต่อไปอาจกลบส่วนที่ประหยัดได้จนหมด

ความเสี่ยงของการจองภายใต้ตลาดที่ไม่ใช่ของคุณ

ต่อให้เห็นตัวเลขที่ต่ำกว่า ลองคิดว่าคุณกำลังซื้ออะไรอยู่ การเดินทางคือสัญญาที่มีเงื่อนไข และเงื่อนไขมักผูกกับตลาดที่ขาย

เงื่อนไขของผู้ขาย

ผู้ขายบางรายระบุว่าสินค้าสำหรับลูกค้าในตลาดใดตลาดหนึ่ง หรือราคานั้นต้องมีถิ่นที่อยู่ ที่อยู่ในประเทศ หรือบัตรที่ออกในประเทศนั้น การจองภายใต้ตลาดที่คุณไม่ได้อยู่อาจขัดกับเงื่อนไขเหล่านี้ ผลที่ตามมาอาจเป็นการถูกยกเลิกการจอง ไม่ได้รับเงินคืน หรือถูกปฏิเสธการให้บริการ บทความนี้บอกไม่ได้ว่าเงื่อนไขของผู้ขายรายใดเขียนไว้ว่าอะไร ให้อ่านเงื่อนไขล่าสุดเอง และถ้ามีข้อกำหนดที่เกี่ยวกับคุณ ก็ปฏิบัติตาม

ปัญหาตอนเช็กอิน

สายการบินและโรงแรมตรวจรายละเอียดกันในวันเดินทางจริง ชื่อที่ไม่ตรงกับพาสปอร์ต ประเทศในใบเรียกเก็บเงินที่ไม่ตรงกับบัตร หรือตั๋วที่มีเงื่อนไขที่คุณไม่เข้าข่าย อาจนำไปสู่การถูกถามเพิ่ม ถูกขอให้จ่ายส่วนต่าง หรือถูกปฏิเสธ การมารู้ตอนอยู่ที่เคาน์เตอร์สนามบินไม่ใช่จังหวะที่ดีเลยสำหรับการประหยัดเงินไม่กี่ร้อยบาท

สกุลเงินของบัตรและค่าธรรมเนียม

ถ้าการจองตั้งราคาเป็นสกุลเงินอื่น ธนาคารผู้ออกบัตรจะแปลงให้ ธนาคารอาจบวกค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศ และผู้ขายบางรายเสนอ "ตัดเงินเป็นสกุลเงินของคุณ" ด้วยอัตราของตัวเอง ซึ่งไม่ได้ดีกว่าเสมอไป ราคาที่ดูต่ำกว่าสิบเปอร์เซ็นต์อาจกลายเป็นแพงกว่าในตอนท้าย หัวข้อถัดไปจะแสดงวิธีเปรียบเทียบให้ถูกต้อง

การคืนเงินและการติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

ถ้ามีอะไรผิดพลาด คุณต้องให้ฝ่ายบริการลูกค้าค้นหาการจองและเข้าใจสถานการณ์ของคุณ การจองภายใต้ตลาดที่ผิดปกติอาจทำให้เรื่องซับซ้อน เจ้าหน้าที่อาจดูแลได้เฉพาะบางตลาด เงินคืนอาจกลับมาเป็นอีกสกุลเงิน และคุณอาจถูกถามคำถามที่ตอบยาก ตั๋วราคาถูกมักยืดหยุ่นน้อยที่สุด ถ้าแผนเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าส่วนที่ประหยัดไปตั้งแต่แรก

การตรวจสอบการชำระเงิน

ผู้ออกบัตรและผู้ขายมีระบบตรวจจับการทุจริต การจ่ายด้วยบัตรจากประเทศหนึ่งผ่านการเชื่อมต่อที่ดูเหมือนอยู่อีกประเทศหนึ่ง อาจถูกขอยืนยันเพิ่มหรือถูกระงับ ถ้าบัตรถูกบล็อกตอนอยู่ต่างประเทศ ปัญหานั้นใหญ่กว่าการซื้อตั๋วแพงขึ้นเสียอีก

วิธีเปรียบเทียบราคาที่ถูกต้องตามกติกา

คุณไม่ต้องซ่อนว่าอยู่ที่ไหนเพื่อหาราคาที่เป็นธรรม วิธีเหล่านี้ช้ากว่าสวิตช์วิเศษอยู่หน่อย แต่ทำซ้ำได้และไม่เอาการจองของคุณไปเสี่ยง

  1. ใช้หน้าต่างส่วนตัวเพื่อดูราคาตั้งต้น หน้าต่างส่วนตัว (private หรือ incognito) เริ่มต้นโดยไม่มีคุกกี้และประวัติของคุณ จึงเห็นเหมือนผู้เข้าชมครั้งแรก แต่ไม่ได้ซ่อน IP address และไม่ได้ทำให้คุณเป็นนิรนาม อ่านความแตกต่างได้ที่ VPN กับโหมดไม่ระบุตัวตน และหน้าอธิบายการท่องเว็บแบบส่วนตัวของ Mozilla
  2. เทียบราคาสุดท้าย ไม่ใช่ราคาพาดหัว ไปให้ถึงขั้นตอนชำระเงินสุดท้ายที่แสดงภาษีและค่าธรรมเนียม แล้วจดยอดรวมไว้ ทำซ้ำกับทุกตัวเลือก
  3. เทียบในสกุลเงินของบัตร ถ้าเว็บให้เลือกจ่ายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นหรือสกุลเงินของบัตร ให้คำนวณยอดรวมทั้งสองแบบ รวมค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศของบัตรถ้ามี ข้อมูลค่าธรรมเนียมนี้ให้ดูจากตารางค่าธรรมเนียมที่ธนาคารผู้ออกบัตรประกาศไว้
  4. ดูที่ผู้ให้บริการโดยตรง เมื่อเจอตัวเลือกจากเว็บเปรียบเทียบแล้ว ลองเข้าเว็บของสายการบินหรือโรงแรมเอง การจองตรงมักมีกติกาการเปลี่ยนและการคืนเงินที่เรียบง่ายกว่า และบางครั้งมีราคาสมาชิก
  5. ตั้งการแจ้งเตือนราคา แอปและเว็บเปรียบเทียบจำนวนมากให้ติดตามเส้นทางหรือโรงแรม แล้วแจ้งเตือนเมื่อราคาขยับ วิธีนี้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์แทนที่จะสู้กับมัน
  6. ยืดหยุ่นเรื่องวันและสนามบิน การเลื่อนทริปหนึ่งวันหรือเลือกสนามบินใกล้เคียงมักประหยัดได้มากกว่าเทคนิคใด ๆ และไม่มีความเสี่ยงเรื่องเงื่อนไข
  7. อ่านว่าราคารวมอะไรบ้าง สัมภาระ อาหารเช้า เงื่อนไขการยกเลิก และกำหนดเวลาชำระเงิน ล้วนเปลี่ยนต้นทุนจริง
  8. ล็อกอินโปรแกรมสะสมแต้ม ถ้าคุณเป็นสมาชิก ให้ตรวจก่อนจองว่ามีราคาสมาชิกหรือไม่

ถ้าอยากรู้ว่าเบราว์เซอร์เปิดเผยอะไรให้เว็บไซต์เห็นบ้าง เครื่องมือ Cover Your Tracks ของ EFF แสดงสิ่งที่เว็บเรียนรู้ได้จากเบราว์เซอร์ของคุณ ช่วยให้เห็นว่า IP address เป็นเพียงสัญญาณหนึ่งในหลายสัญญาณ

ตัวอย่างคำนวณด้วยตัวเลขสมมติ

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวเลขสมมติที่ใช้ดูวิธีคิดเท่านั้น สมมติว่าคุณกำลังเทียบห้องพักห้องเดียวสำหรับสามคืน

ตัวเลือก ราคาที่แสดง สกุลเงิน หมายเหตุ
ตัวเลือก A 300 สกุลเงินของบัตรคุณ ไม่ต้องแปลงสกุลเงิน แต่ไม่รวมอาหารเช้า
ตัวเลือก B 270 สกุลเงินอื่น แปลงโดยบัตร บัตรคิดค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศเพิ่ม
ตัวเลือก C 285 สกุลเงินของบัตรคุณ ยกเลิกฟรีได้จนถึงก่อนวันเข้าพัก

ถ้าดูแค่พาดหัว ตัวเลือก B ถูกที่สุด แต่หลังบวกส่วนต่างการแปลงสกุลเงินและค่าธรรมเนียมบัตร ก็อาจใกล้เคียงตัวเลือก A และเงื่อนไขการยกเลิกอาจเข้มงวดกว่า ตัวเลือก C แพงกว่า B บนกระดาษ แต่ในชีวิตจริงอาจคุ้มกว่าหากแผนของคุณมีโอกาสเปลี่ยน ประเด็นไม่ใช่ว่าตัวไหนชนะ แต่คือตัวเลขที่ถูกที่สุดในหน้าแรกมักไม่ใช่ทริปที่ถูกที่สุด การจดตารางสามคอลัมน์ง่าย ๆ ในโน้ตมือถือ คือยอดรวมในสกุลเงินของคุณ สิ่งที่รวมอยู่ และความยืดหยุ่น ดีกว่าเทคนิคเปลี่ยนที่ตั้งใด ๆ

จุดที่ VPN ช่วยได้จริงระหว่างเดินทาง

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่า VPN ไม่มีประโยชน์สำหรับนักเดินทาง หน้าที่ของมันชัดเจนและซื่อตรง คือปกป้องการเชื่อมต่อของคุณบนเครือข่ายที่คุณควบคุมไม่ได้

เมื่อคุณจองตั๋ว จ่ายค่าโรงแรม หรือล็อกอินบัญชีท่องเที่ยวจากเลานจ์สนามบิน ล็อบบี้โรงแรม หรือร้านกาแฟ คุณอยู่บนเครือข่ายที่ใช้ร่วมกับคนแปลกหน้าจำนวนมาก VPN เข้ารหัสข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับเซิร์ฟเวอร์ VPN ลดสิ่งที่คนอื่นบน Wi-Fi เดียวกันมองเห็นได้ ซึ่งสำคัญมากตอนที่คุณกรอกข้อมูลส่วนตัว เลขพาสปอร์ต และข้อมูลบัตรลงในแบบฟอร์มจอง

ข้อควรปฏิบัติ:

  • เชื่อมต่อ Wi-Fi และผ่านหน้าลงชื่อเข้าใช้ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเปิด VPN เพราะ VPN จำนวนมากเชื่อมต่อไม่ได้จนกว่าจะผ่านหน้านั้น ดูปัญหาที่พบบ่อยได้ใน Wi-Fi สนามบิน และ Wi-Fi โรงแรม และดูขั้นตอนได้ในคู่มือ วิธีเชื่อมต่อ VPN บน Wi-Fi สาธารณะ
  • ตรวจว่าเว็บจองใช้ HTTPS (กุญแจที่แถบที่อยู่) เพราะ HTTPS กับ VPN ทำงานคนละชั้นและเสริมกัน
  • อัปเดตอุปกรณ์ และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนกับอีเมลและบัญชีท่องเที่ยว
  • ถ้าไม่แน่ใจกับเครือข่ายไหน โดยเฉพาะตอนชำระเงิน ให้ใช้เน็ตมือถือของคุณเองแทน

ภาพรวมเรื่องความปลอดภัยในการช้อปปิ้ง ทั้งร้านค้าปลอมและการคุ้มครองบัตร อ่านต่อได้ที่ VPN กับการช้อปปิ้งออนไลน์

ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง

  • VPN ไม่ได้ทำให้เว็บจองปลอมปลอดภัย ตรวจที่อยู่เว็บอย่างละเอียด และระวังข้อความที่ไม่ได้ขอมาพร้อมลิงก์ "ข้อเสนอพิเศษ" หน้าของ CISA เรื่องการสังเกตและแจ้งฟิชชิงเป็นพื้นฐานที่ดี
  • VPN ไม่รับประกันราคาที่ต่ำลง ตลาดใดตลาดหนึ่ง หรือโปรโมชันใดโปรโมชันหนึ่ง ดู ทำไม VPN แสดงตำแหน่งผิด เพื่อเข้าใจว่าการตรวจจับตำแหน่งแตกต่างกันได้อย่างไร
  • VPN ไม่ช่วยคุณจากเงื่อนไขของผู้ขายเอง การที่บัตรถูกบล็อก หรือการที่สายการบินปฏิเสธรับขน
  • VPN ไม่ได้ทำให้คุณเป็นนิรนาม เว็บที่คุณล็อกอินและธนาคารผู้ออกบัตรยังรู้ว่าคุณคือใคร
  • ราคา กติกา และเงื่อนไขเปลี่ยนได้เสมอ สิ่งที่จริงกับผู้ขายรายหนึ่งวันนี้ อาจไม่จริงในวันพรุ่งนี้
  • ถ้าไม่แน่ใจว่าทำได้หรือไม่ ให้ถามฝ่ายบริการลูกค้าของผู้ขายก่อนจ่ายเงิน และเก็บคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร

เช็กลิสต์ก่อนกดจอง

  1. กำหนดวันเดินทางและงบประมาณ แล้วจดไว้ว่ายืดหยุ่นได้แค่ไหน
  2. เปิดหน้าต่างส่วนตัวแล้วค้นหาตัวเลือกหนึ่งรอบเป็นราคาตั้งต้น
  3. ตรวจเว็บของผู้ให้บริการเอง และเว็บเปรียบเทียบอย่างน้อยหนึ่งแห่ง
  4. ไปให้ถึงขั้นตอนชำระเงินสุดท้ายแล้วเทียบยอดรวม ไม่ใช่ราคาพาดหัว
  5. เทียบยอดรวมในสกุลเงินของบัตร รวมค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศ (ถ้ามี)
  6. อ่านเงื่อนไขสัมภาระ การยกเลิก การเปลี่ยนแปลง รวมถึงข้อกำหนดเรื่องถิ่นที่อยู่หรือตลาด
  7. ตั้งการแจ้งเตือนราคาถ้ายังไม่พร้อมซื้อ
  8. ตรวจว่าชื่อในการจองตรงกับเอกสารเดินทางและบัตรของคุณ
  9. ถ้าอยู่บน Wi-Fi สาธารณะ ให้เชื่อมต่อเครือข่าย ผ่านหน้าลงชื่อเข้าใช้ แล้วเปิด VPN ก่อนกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัตร
  10. บันทึกการยืนยันการจอง ใบเสร็จ และเงื่อนไข ณ ตอนที่จองไว้

สรุป

VPN ไม่ใช่เครื่องมือหาส่วนลดที่เชื่อถือได้ ราคาแตกต่างกันเพราะเวลา เงื่อนไขตั๋ว สกุลเงิน ค่าธรรมเนียม บัญชีผู้ใช้ และตลาดที่ขาย ส่วนหลักฐานว่าการเปลี่ยนที่ตั้งทำให้ราคาถูกลงนั้นยังผสมปนเปและส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่า การจองภายใต้ตลาดอื่นอาจขัดกับเงื่อนไขของผู้ขาย และก่อปัญหาตอนเช็กอิน ค่าแปลงสกุลเงินของบัตร และเรื่องการคืนเงิน ให้เทียบยอดรวมสุดท้ายในสกุลเงินของบัตร ใช้หน้าต่างส่วนตัว การแจ้งเตือนราคา และเว็บของผู้ให้บริการโดยตรง พร้อมเผื่อความยืดหยุ่นไว้ ส่วนที่ VPN ช่วยได้จริงคือปกป้องการเชื่อมต่อตอนจองและชำระเงินผ่าน Wi-Fi สนามบินหรือโรงแรม ถ้าต้องการแพ็กเกจระยะสั้นสำหรับการเดินทาง คุณดูตัวเลือกได้ที่หน้าราคาของ XPASS

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ VPN แล้วตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมจะถูกลงไหม

ไม่มีอะไรรับประกัน บางคนเล่าว่าราคาต่างไปเมื่อเปลี่ยนที่ตั้ง แต่หลักฐานยังผสมปนเปและส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัว อีกทั้งราคายังเปลี่ยนจากเหตุอื่นมากมาย เช่น เวลา ความต้องการ และสกุลเงิน ถ้าได้ถูกลงก็ถือเป็นโชคดี อย่าวางแผนโดยอาศัยสิ่งนี้

จองตั๋วโดยใช้ VPN เพื่อทำให้ดูเหมือนอยู่อีกประเทศ ผิดกติกาไหม

อาจผิดได้ ผู้ขายบางรายกำหนดในเงื่อนไขว่าต้องจองจากตลาดที่ขายสินค้านั้น หรือผู้เดินทางต้องมีคุณสมบัติบางอย่าง การฝ่าฝืนอาจทำให้การจองถูกยกเลิกหรือถูกปฏิเสธบริการ ควรอ่านเงื่อนไขล่าสุดของผู้ขายก่อนจองทุกครั้ง

มีวิธีไหนที่ดีกว่าในการหาราคาถูก

เปรียบเทียบในหน้าต่างส่วนตัว เปรียบเทียบราคารวมในสกุลเงินของบัตรโดยรวมค่าธรรมเนียมแล้ว ตั้งการแจ้งเตือนราคา ดูเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโดยตรง และยืดหยุ่นเรื่องวันเดินทาง วิธีเหล่านี้ไม่ต้องซ่อนว่าคุณอยู่ที่ไหน

VPN ช่วยตอนจองผ่าน Wi-Fi สนามบินหรือโรงแรมไหม

ช่วยได้ และเป็นจุดที่ช่วยได้มากที่สุด VPN เข้ารหัสข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับเซิร์ฟเวอร์ VPN ลดความเสี่ยงบนเครือข่ายที่ใช้ร่วมกับคนอื่นขณะกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัตร แต่ไม่ได้ทำให้เว็บจองปลอมกลายเป็นเว็บที่ปลอดภัย

การจองจากตลาดอื่นมีผลกับบัตรของฉันไหม

มีได้ ราคาอาจเป็นอีกสกุลเงิน ธนาคารผู้ออกบัตรอาจคิดค่าแปลงสกุลเงินหรือค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศ หรืออาจตรวจสอบรายการเพิ่มเติม ราคาที่ดูถูกกว่าบนหน้าจอจึงอาจแพงกว่าเมื่อรวมค่าธรรมเนียมแล้ว

เกี่ยวกับผู้เขียน

Bob Kanokphon Thongdee ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN

Bob Kanokphon Thongdee

  • ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN
  • ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
  • ประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี
  • ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel

ต้องใช้ VPN ช่วงเดินทางหรือช่วงงานยุ่ง?

XPASS ขายแพ็กเกจแบบเติมเงินตามจำนวนวัน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ

ดูแพ็กเกจ

อ่านต่อ

คู่มือความเป็นส่วนตัว

ใช้ VPN ซื้อของออนไลน์ปลอดภัยและถูกลงจริงไหม

VPN ช่วยให้การชำระเงินบน Wi-Fi ร้านกาแฟหรือโรงแรมปลอดภัยขึ้น แต่ไม่ช่วยจับร้านปลอม และไม่ใช่เครื่องมือลดราคา มาดูว่าอะไรจริงอะไรเป็นความเชื่อผิด ๆ

อ่าน 9 นาที

คู่มือความเป็นส่วนตัว

ใช้ VPN บน Wi-Fi สนามบินควรระวังอะไร

คู่มือสำหรับนักเดินทางเรื่อง Wi-Fi สนามบิน ฮอตสปอตปลอม หน้าล็อกอิน จุดชาร์จสาธารณะ และจังหวะที่ควรเปิด VPN พร้อมเช็กลิสต์ทีละช่วง

อ่าน 10 นาที

ความปลอดภัยของ VPN

ใช้ VPN กับ Wi-Fi โรงแรมอย่างไรให้ปลอดภัย

Wi-Fi โรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวใช้ร่วมกับคนแปลกหน้าและมักมีหน้าล็อกอินก่อนใช้งาน บทความนี้อธิบายลำดับการเชื่อมต่อ ช่วงเวลาที่ควรเปิด VPN และวิธีรับมือเมื่อเชื่อมต่อไม่ได้

อ่าน 9 นาที

ความปลอดภัยของ VPN

วิธีใช้ Wi-Fi สาธารณะให้ปลอดภัยขึ้น

Wi-Fi สาธารณะไม่ใช่หายนะ แต่เป็นเครือข่ายที่คุณควบคุมไม่ได้ นี่คือความเสี่ยงจริง นิสัยที่สำคัญที่สุด และบทบาทของ VPN

อ่าน 8 นาที

คู่มือความเป็นส่วนตัว

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยของ VPN

ตั้งแต่ "VPN ทำให้ไม่ระบุตัวตน" ถึง "มี HTTPS แล้วไม่ต้องใช้ VPN" นี่คือความเชื่อผิด ๆ ที่พบบ่อยและสิ่งที่ถูกต้องของแต่ละเรื่อง

อ่าน 9 นาที