จำเป็นต้องใช้ VPN ไหม? ใช้ตอนไหนถึงคุ้ม
VPN มีประโยชน์ในบางสถานการณ์และไม่จำเป็นในบางสถานการณ์ บทความนี้เทียบข้อดีข้อเสีย พร้อมตัวอย่างจริง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างตรงไปตรงมา
อ่าน 9 นาทีอัปเดตเมื่อ 15 ต.ค. 2569โดย XPASS Editorial Team

"จำเป็นต้องใช้ VPN ไหม" เป็นคำถามที่คนถามกันมากที่สุดข้อหนึ่ง และคำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ "บางครั้ง" VPN เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์จริงในบางสถานการณ์ และแทบไม่ช่วยอะไรเลยในอีกหลายสถานการณ์ โฆษณามักพูดเหมือนว่า VPN เป็นสวิตช์ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นส่วนตัวและปลอดภัย ซึ่งไม่ถูกต้อง และทำให้คนทั่วไปตัดสินใจยากว่าคุ้มกับความยุ่งยากหรือไม่
บทความนี้อธิบายแบบตรงไปตรงมา เริ่มจากสิ่งที่ VPN ทำได้จริง แล้วไล่ดูสถานการณ์ที่ช่วยและสถานการณ์ที่แทบไม่ช่วย เทียบข้อดีข้อเสียในตาราง และยกตัวอย่างชีวิตจริงสองสามแบบ เพื่อให้คุณเห็นว่าตัวเองอยู่ตรงไหน หากอยากรู้พื้นฐานก่อน เริ่มที่ VPN คืออะไร
VPN ทำอะไรได้จริง ๆ
แอป VPN บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ของคุณจะสร้างการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสที่เรียกว่าอุโมงค์ (tunnel) ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ VPN ทราฟฟิกของคุณวิ่งผ่านอุโมงค์นั้นก่อนจะออกไปยังอินเทอร์เน็ตทั่วไป ผลที่ตามมามีสองอย่าง
- คนในเครือข่ายเดียวกับคุณอ่านทราฟฟิกของคุณไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ Wi-Fi ของโรงแรม สนามบิน ร้านกาแฟ หรือคนอื่นที่อยู่ในเครือข่ายนั้น พวกเขาจะเห็นเพียงข้อมูลเข้ารหัสที่ไหลไปยังจุดเดียว แทนที่จะเห็นว่าคุณเข้าเว็บและแอปอะไรบ้าง
- เว็บไซต์เห็นที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์ VPN แทนที่อยู่ของคุณ IP address สาธารณะที่ติดไปกับคำขอของคุณเปลี่ยนไป และความไว้วางใจบางส่วนย้ายจากเครือข่ายในพื้นที่และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมาอยู่ที่ผู้ให้บริการ VPN
แก่นของ VPN มีเท่านี้ VPN ไม่ได้กำจัดไวรัส ไม่ได้ทำให้คุณเป็นนิรนาม และไม่ได้เปลี่ยนเว็บปลอมให้กลายเป็นเว็บจริง บทความVPN ปกป้องอะไรได้บ้างและไม่ได้ปกป้องอะไรอธิบายลึกกว่านี้ และหน้า Cloudflare Learning เรื่อง VPN สรุปเชิงเทคนิคไว้อย่างเป็นกลาง
เมื่อจำสองผลนี้ไว้ คำถามจะง่ายขึ้นมาก ลองถามตัวเองว่า มีเครือข่ายระหว่างฉันกับอินเทอร์เน็ตที่ฉันไม่ไว้ใจหรือเปล่า หรือมีฝ่ายหนึ่ง เช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่ฉันอยากให้เห็นน้อยลงหรือไม่ ถ้าไม่มีทั้งสองอย่าง VPN ก็มีอะไรให้คุณไม่มากนัก

สถานการณ์ที่ VPN ช่วยได้จริง
Wi-Fi สาธารณะและ Wi-Fi ที่ใช้ร่วมกัน
โรงแรม สนามบิน ร้านกาแฟ พื้นที่ co-working สถานที่จัดประชุม และหอพักนักศึกษา ล้วนใช้เครือข่ายร่วมกับคนแปลกหน้า เว็บสมัยใหม่ใช้ HTTPS ซึ่งเข้ารหัสเนื้อหาหน้าเว็บอยู่แล้ว แต่ VPN เพิ่มอีกชั้นที่ซ่อนด้วยว่าคุณติดต่อเว็บและบริการใดจากคนอื่นในเครือข่ายนั้นและจากเจ้าของเครือข่าย คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค เช่น หน้าของ FTC เรื่อง Wi-Fi สาธารณะ จัด VPN ไว้เป็นหนึ่งในมาตรการที่สมเหตุสมผลหลายข้อ ควบคู่กับการอัปเดตซอฟต์แวร์และการใช้ HTTPS ดูรายการเต็มได้ที่ วิธีใช้ Wi-Fi สาธารณะให้ปลอดภัยขึ้น
การเดินทาง
เมื่อเดินทางคุณเชื่อมต่อกับเครือข่ายใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนหลายแห่ง และมักใช้มือถือที่มีแอปทำงานเบื้องหลังจำนวนมาก VPN ให้เส้นทางที่ได้รับการปกป้องแบบเดียวกันไม่ว่าคุณจะอยู่บนเครือข่ายของใคร และยังสะดวกเวลาต้องเข้าเครื่องมือทำงานที่คาดหวังว่าการเชื่อมต่อจะดูคุ้นเคย ตราบใดที่เครื่องมือเหล่านั้นและนายจ้างของคุณอนุญาต
การทำงานระยะไกล
ถ้าคุณทำงานที่บ้าน ที่ร้านกาแฟ หรือที่ co-working space VPN ช่วยให้ทราฟฟิกงานไม่ต้องผ่านเครือข่ายที่คุณไม่ได้ดูแล หลายบริษัทมี VPN ของตัวเองสำหรับเข้าระบบภายใน VPN ส่วนตัวเป็นคนละอย่างและไม่ได้มาแทน VPN ที่นายจ้างกำหนด แนวทางด้านความปลอดภัยของงานแบบ telework จากหน่วยงานมาตรฐานมอง VPN เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชุดมาตรการที่ใหญ่กว่า ซึ่งรวมถึงการเข้าสู่ระบบที่แข็งแรงและอุปกรณ์ที่อัปเดตอยู่เสมอ
ลดสิ่งที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมองเห็น
โดยปกติผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมองเห็นว่าคุณเชื่อมต่อกับโดเมนใด แม้เนื้อหาในหน้าจะถูกเข้ารหัสอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนี้ทำให้คุณกังวล VPN จะทำให้ผู้ให้บริการเห็นเพียงการเชื่อมต่อเข้ารหัสไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN แทน คุณไม่ได้ทำให้การมองเห็นหายไป เพียงเลือกว่าใครเป็นผู้มองเห็น ดังนั้นจึงเหมาะก็ต่อเมื่อคุณไว้ใจผู้ให้บริการ VPN มากกว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ
เครือข่ายที่ใช้ร่วมกันหรือมีคนอื่นดูแล
หอพัก บ้านเช่าที่หลายคนอยู่ร่วมกัน ออฟฟิศเล็ก ๆ และอพาร์ตเมนต์ให้เช่า มักใช้เราเตอร์ตัวเดียวร่วมกันหลายคน คุณไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ดูแลหรือรักษาความปลอดภัยดีแค่ไหน VPN ช่วยลดสิ่งที่คนอื่นบนเครือข่ายนั้นจะรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของคุณ
สถานการณ์ที่ VPN ช่วยได้น้อย
- เล่นเว็บ HTTPS บนเครือข่ายที่บ้านของคุณเอง เนื้อหาถูกเข้ารหัสอยู่แล้ว และเครือข่ายก็เป็นของคุณ VPN เพิ่มความเป็นส่วนตัวจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเล็กน้อย และไม่มากกว่านั้น
- ล็อกอินบัญชีที่ระบุตัวตนคุณอยู่แล้ว ถ้าคุณล็อกอินโซเชียลมีเดีย ร้านค้า หรืออีเมลอยู่ เว็บไซต์ก็รู้ว่าคุณเป็นใคร ไม่ว่าคุณจะดูเหมือนใช้ IP address ใด
- คาดหวังให้ป้องกันการหลอกลวง VPN ไม่รู้จักอีเมลฟิชชิงหรือหน้าธนาคารปลอม การเรียนรู้ที่จะสังเกตเว็บไซต์ฟิชชิงและเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนตามที่ CISA แนะนำ ปกป้องคุณได้มากกว่ามาก
- คาดหวังความเป็นนิรนาม คุกกี้ บัญชีผู้ใช้ และลายนิ้วมือเบราว์เซอร์ยังระบุตัวคุณกับเว็บไซต์ได้ ดู VPN ทำให้เป็นนิรนามไม่ได้
- คาดหวังให้อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น VPN เพิ่มเส้นทางอ้อม ความเร็วจึงมักเท่าเดิมหรือลดลงเล็กน้อย บางครั้งเส้นทางอาจดีขึ้น แต่ไม่ควรนับเป็นเรื่องแน่นอน
ข้อดีข้อเสียโดยสรุป
| ด้าน | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| ความเป็นส่วนตัวบนเครือข่ายในพื้นที่ | ซ่อนเว็บและแอปที่คุณใช้จากคนอื่นบน Wi-Fi สาธารณะหรือ Wi-Fi ที่ใช้ร่วมกัน | ไม่ช่วยกับภัยที่ไม่ได้อยู่บนเครือข่าย เช่น มัลแวร์ |
| สิ่งที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเห็น | ผู้ให้บริการเห็นเพียงลิงก์เข้ารหัสไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN | ผู้ให้บริการ VPN เห็นปลายทางของทราฟฟิกคุณแทน คุณจึงต้องไว้ใจเขา |
| IP address | เว็บไซต์เห็นที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์ VPN ไม่ใช่ของคุณ | เว็บไซต์ยังระบุตัวคุณได้จากการล็อกอิน คุกกี้ และลายนิ้วมือเบราว์เซอร์ |
| ความเร็ว | บนการเชื่อมต่อที่ดีมักแทบไม่รู้สึก | ระยะทางเพิ่มและการเข้ารหัสอาจทำให้ช้าลง |
| ความเข้ากันได้ | ครอบคลุมทุกแอปบนอุปกรณ์ | บางแอป เช่น แอปธนาคาร อาจไม่ยอมให้ใช้ผ่าน VPN |
| ความยุ่งยาก | ตั้งค่าครั้งเดียว แล้วแตะครั้งเดียวก็เชื่อมต่อ | ต้องจำให้เชื่อมต่อ และตรวจว่าเชื่อมต่ออยู่ |
| ค่าใช้จ่าย | พาสระยะสั้นช่วยจำกัดเงินที่จ่าย | จ่ายเงินให้บริการที่ไม่ได้ใช้ก็เสียเปล่า |
อยากดูว่าความเร็วเปลี่ยนจริงแค่ไหน ความเร็วอาจเปลี่ยนเล็กน้อยตามเส้นทางและการเข้ารหัส
สี่สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
นักเดินทาง ใหม่กำลังบินไปประชุมหกวัน เธอจะใช้ Wi-Fi สนามบิน เครือข่ายโรงแรม และร้านกาแฟอีกหลายแห่ง และต้องเช็กอีเมลกับแชตของบริษัทตลอด สำหรับเธอ VPN เหมาะสม เพราะต้องใช้เฉพาะช่วงเดินทาง พาสสั้น ๆ ที่เริ่มนับตอนเธอเดินทางจึงพอดีโดยไม่ต้องผูกพันนาน
นักศึกษา ตั้นอยู่หอที่มีคนใช้เครือข่ายร่วมกันหลายสิบคน และมักนั่งอ่านหนังสือที่ห้องสมุด สิ่งที่เขาทำส่วนใหญ่อยู่บนเว็บ HTTPS VPN ช่วยเพิ่มอีกชั้นเล็กน้อยบนเครือข่ายที่ใช้ร่วมกัน แต่นิสัยที่ดีสำคัญกว่า เช่น อัปเดตแล็ปท็อปสม่ำเสมอ ใช้รหัสผ่านไม่ซ้ำกัน และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน สำหรับเขา VPN เป็นตัวเลือกเสริม มีประโยชน์ที่สุดตอนอยู่บนเครือข่ายร่วมและตอนเดินทางกลับบ้าน
คนทำงานระยะไกล พิมทำงานที่ร้านกาแฟสัปดาห์ละสองวัน ที่เหลือทำที่บ้าน บริษัทมี VPN ให้สำหรับเครื่องมือภายใน เธอใช้ VPN ส่วนตัวในวันที่ไปร้านกาแฟสำหรับทุกอย่างที่เหลือบนแล็ปท็อป และสลับไปใช้ของบริษัทเมื่อต้องเข้าระบบภายใน กรณีนี้ VPN เหมาะมาก เพราะเธอนั่งอยู่บนเครือข่ายที่ควบคุมไม่ได้เป็นประจำ
คนที่ใช้แต่ที่บ้าน สมชายใช้มือถือและแล็ปท็อปที่บ้านผ่านเราเตอร์ที่เขาตั้งค่าความปลอดภัยเอง ส่วนใหญ่ดูวิดีโอและอ่านข่าวบนเว็บ HTTPS เขาไม่เดินทางและไม่ทำงานระยะไกล เขาไม่จำเป็นต้องมี VPN เพื่อความปลอดภัย ถ้าอยากใช้ ก็เพื่อจำกัดสิ่งที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเห็น ซึ่งเป็นความชอบมากกว่าความจำเป็น
วิธีตัดสินใจง่าย ๆ
ตอบคำถามเหล่านี้อย่างซื่อสัตย์ ยิ่งตอบว่าใช่กับสี่ข้อแรกมาก VPN ก็ยิ่งคุ้มกับคุณ
- ฉันเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะหรือ Wi-Fi ที่ใช้ร่วมกันเป็นประจำหรือไม่
- ฉันเดินทาง แม้จะแค่ปีละไม่กี่ครั้งหรือไม่
- ฉันทำงานระยะไกล หรือจัดการไฟล์งานนอกออฟฟิศหรือไม่
- ฉันอยากให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเห็นน้อยลงว่าฉันเข้าเว็บไหนหรือไม่
- ฉันใช้เว็บ HTTPS อัปเดตอุปกรณ์ ใช้รหัสผ่านไม่ซ้ำ และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนอยู่แล้วหรือยัง
ข้อที่ห้ามีความสำคัญ เพราะ VPN ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเป็นชั้นเสริมบนพื้นฐานที่ดี ไม่ใช่ตัวแทนของพื้นฐานเหล่านั้น ถ้ายังไม่ได้ทำ ให้ทำก่อน เพราะไม่เสียเงิน แนวทางของ CISA เรื่องการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ต้องเปิดตลอดเวลาหรือเปล่า
ไม่จำเป็น บางคนเปิด VPN ไว้ตลอดจนเป็นนิสัย บางคนเชื่อมต่อเฉพาะตอนอยู่บนเครือข่ายที่ไม่ไว้ใจ ทั้งสองแบบสมเหตุสมผล ถ้าความต้องการของคุณเป็นครั้งคราว เช่น เดินทางปีละครั้งหรือทำงานต่างถิ่นไม่กี่สัปดาห์ พาสที่มีจำนวนวันตายตัวอาจเหมาะกว่าแผนระยะยาวที่ต่ออายุเอง กับ XPASS คุณจ่ายครั้งเดียวสำหรับจำนวนวันที่เลือก และไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ คุณจึงซื้อเวลาเฉพาะตอนที่ต้องใช้จริง บทความพาส 7 วันกับ 30 วันอธิบายวิธีเลือกความยาวพาสให้พอดีกับแผนของคุณ และพาส 7 วันสั้น ๆ มักเพียงพอสำหรับการเดินทางหนึ่งครั้ง
อย่าลืมว่ากับ XPASS ระยะเวลาของพาสเริ่มนับเมื่อสร้างบัญชี VPN หลังชำระเงิน ไม่ใช่ตอนเชื่อมต่อครั้งแรก หากซื้อสำหรับการเดินทาง ให้ซื้อใกล้วันออกเดินทาง เพื่อไม่ให้วันหมดไปก่อนออกจากบ้าน
ข้อควรระวัง
- VPN ฟรี การเปิดเซิร์ฟเวอร์มีต้นทุน ถ้าคุณไม่ได้จ่ายเงิน ควรถามว่าบริการหาเงินจากอะไร คู่มือ Surveillance Self-Defense ของ EFF อธิบายว่าทำไมควรระวังว่าใครอยู่ระหว่างคุณกับอินเทอร์เน็ต
- คำสัญญาที่เกินจริง ถ้อยคำอย่าง "นิรนามสมบูรณ์" หรือ "ปกป้อง 100%" เป็นการตลาด ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
- ลืมเชื่อมต่อ VPN ปกป้องเฉพาะตอนที่เชื่อมต่ออยู่ การเหลือบดูแอปก่อนใช้ Wi-Fi สาธารณะเป็นนิสัยที่ดี
- แอปที่ไม่ยอมให้ใช้ผ่าน VPN แอปธนาคารและแอป Streaming บางแอปทำงานไม่ถูกต้องเมื่อใช้ VPN ถ้านี่กระทบสิ่งที่ใช้ทุกวัน ให้วางแผนปิดการเชื่อมต่อเฉพาะตอนใช้แอปนั้น แทนที่จะหาวิธีหลบ
- ใช้ทำสิ่งที่ไม่ควรทำ VPN ไม่ได้ทำให้การกระทำที่ผิดกฎหมายถูกกฎหมาย และไม่ได้ทำให้การฝ่าฝืนข้อกำหนดของบริการกลายเป็นเรื่องปกติ ให้ใช้เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ไม่ใช่เพื่อหลบกฎ
- ความไว้วางใจ คุณย้ายความไว้วางใจไปที่ผู้ให้บริการ VPN อ่านข้อกำหนด ทำความเข้าใจว่าจ่ายเงินและขอความช่วยเหลืออย่างไร และระวังสิ่งที่ฟังดูดีเกินจริง
สรุป
คุณควรมี VPN ถ้าใช้เครือข่ายที่ควบคุมไม่ได้เป็นประจำ เดินทาง ทำงานนอกเครือข่ายที่ไว้ใจ หรืออยากจำกัดสิ่งที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมองเห็น คุณไม่จำเป็นต้องมีสำหรับการเล่นเว็บ HTTPS ตามปกติที่บ้าน และ VPN ไม่ปกป้องคุณจากมัลแวร์ การหลอกลวง หรือการติดตามโดยบัญชีที่คุณล็อกอินอยู่ ให้มองมันเป็นหนึ่งชั้นในชุดนิสัยที่ดี และเลือกความผูกพันให้สัมพันธ์กับความถี่ที่คุณจะใช้จริง
หากความต้องการของคุณเป็นครั้งคราว เช่น การเดินทาง พาสระยะสั้นอาจเหมาะกับคุณ ดูวิธีที่ XPASS เสนอพาสได้ที่หน้าราคา
คำถามที่พบบ่อย
ใช้อินเทอร์เน็ตที่บ้านต้องมี VPN ไหม
โดยทั่วไปไม่จำเป็นในแง่ความปลอดภัย เพราะเว็บและแอปส่วนใหญ่เข้ารหัสด้วย HTTPS อยู่แล้ว และเครือข่ายที่บ้านก็เป็นเครือข่ายที่คุณควบคุมเอง VPN ที่บ้านช่วยหลัก ๆ เรื่องลดสิ่งที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมองเห็นว่าคุณเข้าเว็บไหน ซึ่งบางคนใส่ใจและบางคนไม่ใส่ใจ
เดินทางแค่ปีละไม่กี่ครั้ง ใช้ VPN คุ้มไหม
คุ้มได้ เพราะการเดินทางหมายถึงต้องใช้เครือข่ายของโรงแรม สนามบิน และร้านกาแฟที่คุณควบคุมไม่ได้ พาสแบบมีจำนวนวันตายตัวที่ซื้อเฉพาะตอนเดินทางอาจเหมาะกว่าการผูกพันระยะยาวที่ใช้นาน ๆ ครั้ง
VPN ช่วยป้องกันไวรัสหรือฟิชชิงได้ไหม
ไม่ได้ VPN เข้ารหัสการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับเซิร์ฟเวอร์ VPN เท่านั้น ไม่ได้สแกนไฟล์ ไม่ได้บล็อกข้อความหลอกลวง และไม่ได้หยุดคุณจากการพิมพ์รหัสผ่านลงในเว็บปลอม
ข้อเสียหลักของ VPN คืออะไร
อาจทำให้การเชื่อมต่อช้าลงเล็กน้อย บางแอปและบางเว็บไซต์ตอบสนองไม่ดีเมื่อใช้ VPN และคุณต้องไว้ใจผู้ให้บริการ VPN ซึ่งมองเห็นปลายทางของทราฟฟิกคุณได้ นอกจากนี้ต้องตั้งค่าและเปิดเชื่อมต่อไว้จึงจะมีประโยชน์
จะรู้ได้อย่างไรว่า VPN เหมาะกับฉัน
ลองไล่ดูว่าคุณใช้เครือข่ายแบบไหนและทำอะไรบนเครือข่ายนั้น ถ้าคุณใช้ Wi-Fi สาธารณะหรือ Wi-Fi ที่ใช้ร่วมกับคนอื่นบ่อย เดินทาง ทำงานระยะไกล หรืออยากให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเห็นน้อยลง VPN ก็เหมาะ แต่ถ้าแค่เล่นเว็บ HTTPS ที่บ้าน ประโยชน์ก็มีไม่มาก
แหล่งอ้างอิง
เกี่ยวกับผู้เขียน

Bob Kanokphon Thongdee
- ผู้ก่อตั้ง XPASS VPN
- ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
- ประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี
- ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel
ต้องใช้ VPN ช่วงเดินทางหรือช่วงงานยุ่ง?
XPASS ขายแพ็กเกจแบบเติมเงินตามจำนวนวัน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ
ดูแพ็กเกจอ่านต่อ

พื้นฐาน VPN
VPN คืออะไร
VPN ส่งทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของคุณผ่านอุโมงค์เข้ารหัสไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ บทความนี้อธิบายว่าหมายความว่าอย่างไร ช่วยเมื่อไร และมีข้อจำกัดตรงไหน
อ่าน 9 นาที

พื้นฐาน VPN
VPN ปกป้องอะไรได้จริง ๆ
VPN ปกป้องบางอย่างได้ดี คือทราฟฟิกบนเครือข่ายที่ไม่ไว้ใจ สิ่งที่เครือข่ายในพื้นที่มองเห็น และ IP ที่เว็บไซต์บันทึก บทความนี้แจกแจงทั้งสิ่งที่ปกป้องและข้อจำกัด
อ่าน 9 นาที

คู่มือความเป็นส่วนตัว
สิ่งที่ VPN ปกป้องคุณไม่ได้
VPN ปกป้องการเชื่อมต่อ ไม่ใช่ตัวผู้ใช้ บทความนี้ครอบคลุมฟิชชิง มัลแวร์ แรนซัมแวร์ การขโมยตัวตน ข้อมูลรั่วไหล ความเป็นส่วนตัวของอีเมล และความเสี่ยงอื่นที่ VPN แก้ไม่ได้ พร้อมวิธีรับมือ
อ่าน 9 นาที

คู่มือการเลือกซื้อ
VPN 7 วัน กับ VPN 30 วัน แบบไหนเหมาะกับคุณ
พาสสั้นกับพาสยาวแก้ปัญหาคนละแบบ คู่มือนี้ช่วยจับคู่ความยาวพาสกับทริป งานโปรเจกต์ หรือการใช้ประจำ พร้อมวิธีเผื่อวันเมื่อแผนเลื่อน
อ่าน 9 นาที

ความปลอดภัยของ VPN
วิธีใช้ Wi-Fi สาธารณะให้ปลอดภัยขึ้น
Wi-Fi สาธารณะไม่ใช่หายนะ แต่เป็นเครือข่ายที่คุณควบคุมไม่ได้ นี่คือความเสี่ยงจริง นิสัยที่สำคัญที่สุด และบทบาทของ VPN
อ่าน 8 นาที